Monday, August 10, 2026
HomeAIAI Researchสงสัยมั้ย? Google AI Overview ไปดึงข้อมูลจากไหนมาแสดง?

สงสัยมั้ย? Google AI Overview ไปดึงข้อมูลจากไหนมาแสดง?

AI Research

Google AI Overview ดึงข้อมูลจากไหนบ้างในประเทศไทย รวมหลักฐานและงานวิจัยเท่าที่มี

คำถามที่คนทำ SEO/Content ในไทยอยากรู้ที่สุดตอนนี้ แต่คำตอบตรงๆ คือ ยังไม่มีงานวิจัยขนาดใหญ่เจาะจงตลาดไทยเหมือนงานวิจัยระดับโลก บทความนี้รวบรวมหลักฐานเท่าที่มีอยู่จริง แยกให้ชัดว่าอะไรคือข้อเท็จจริง อะไรคือสมมติฐาน

📅 อัปเดตล่าสุด: 9 สิงหาคม 2569 | 🏷️ AI Research / GEO | ⏱️ ใช้เวลาอ่าน: 10 นาที
สรุปสั้นๆ: ยังไม่มีงานวิจัยขนาดใหญ่ที่เจาะจงพฤติกรรมการดึงข้อมูลของ AI Overview ในตลาดไทยโดยตรง สิ่งที่มีอยู่คือ (1) งานวิจัยระดับโลกที่พอเอามาอนุมานทิศทางได้ (2) หลักฐานเฉพาะจุดจากตลาดไทย เช่น ส่วนแบ่งแพลตฟอร์ม AI และสัญญาณว่า Pantip อาจมีบทบาทคล้าย Reddit สำหรับคำถามแนวรีวิว และ (3) เคสทดสอบจริงจากเว็บไทย 3 เว็บที่ยืนยันได้ว่าเนื้อหาเฉพาะทางติด AI Overview ได้จริงแม้ไม่มี Brand Authority

คนไทยใช้ AI แพลตฟอร์มไหนมากที่สุด

ข้อมูลส่วนแบ่งการใช้งาน AI แพลตฟอร์มในไทย (ธันวาคม 2025) พบว่า ChatGPT ครองส่วนแบ่งสูงสุดที่ 74% ตามด้วย Gemini 16% Perplexity 7% Copilot 2% และ Claude น้อยกว่า 1% ตัวเลขนี้สำคัญเพราะบอกว่าถ้าจะโฟกัสความพยายามด้าน GEO (Generative Engine Optimization) ในตลาดไทย ควรให้น้ำหนักกับพฤติกรรมของ ChatGPT และ Google AI Overview เป็นหลัก มากกว่า Perplexity ที่มีอิทธิพลในตลาดสหรัฐฯ สูงกว่าสัดส่วนในไทยมาก

แหล่งข้อมูลที่ AI แต่ละตัวชอบดึง (ข้อมูลระดับโลก)

จากการวิเคราะห์ citation กว่า 680 ล้านรายการ พบรูปแบบที่ชัดเจนว่าแต่ละ AI มีแหล่งข้อมูลโปรดต่างกัน:

  • ChatGPT: Wikipedia 47.9%, Reddit 11.3%, Forbes 6.8%
  • Google AI Overviews: Reddit 21.0%, YouTube 18.8%, Quora 14.3%
  • Perplexity: Reddit 46.7%, YouTube 13.9%, Gartner 7.0%

สังเกตว่า Reddit ปรากฏเป็นแหล่งอ้างอิงหลักในทุกแพลตฟอร์ม ส่วน LinkedIn เป็นโดเมนที่ถูกอ้างอิงมากที่สุดสำหรับคำถามเชิงอาชีพในทุกแพลตฟอร์มเช่นกัน ข้อควรระวัง: ตัวเลขชุดนี้เป็นข้อมูลระดับโลก (ส่วนใหญ่มาจากพฤติกรรมผู้ใช้ที่พูดภาษาอังกฤษ) ไม่ใช่ข้อมูลเฉพาะตลาดไทย จึงเอามาใช้เป็นทิศทางอนุมานได้ แต่ไม่ควรฟันธงว่าใช้ได้ตรงกับพฤติกรรมในไทย 100%

⚠️ สมมติฐานสำหรับตลาดไทย: Pantip อาจมีบทบาทคล้าย Reddit เพราะเป็นเว็บฟอรัมสไตล์ Community-driven ที่คนไทยใช้ถามคำถามแนวรีวิว/เปรียบเทียบมานาน หลักฐานที่มีตอนนี้คืองานวิจัย JMIR ที่ทดสอบคำถามเกี่ยวกับยา 76 ข้อ และเคสของเว็บศรีไทยที่พบว่า AI Overview อ้างอิง Pantip คู่กับเว็บศรีไทยเองในคำถามเรื่องเก้าอี้พลาสติก แต่นี่คือหลักฐาน 2 จุด ไม่ใช่ข้อสรุปทางสถิติที่แน่นอน ควรมองเป็นสมมติฐานที่น่าติดตามต่อ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้ว

อะไรทำให้ AI เอ่ยชื่อแบรนด์ (ปัจจัยนอกเว็บตัวเอง)

งานวิเคราะห์แบรนด์กว่า 75,000 แบรนด์โดย Ahrefs พบว่าปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการติด AI สูงสุดไม่ใช่ backlink แบบดั้งเดิม แต่เป็นสัญญาณการถูกพูดถึง (Mention) นอกเว็บตัวเอง:

  • การถูก Mention บน YouTube: ค่าสหสัมพันธ์ 0.737 (สูงสุด)
  • Brand mention บนเว็บอื่นแม้ไม่มีลิงก์กลับ: 0.664
  • Anchor text เป็นชื่อแบรนด์: 0.527
  • ปริมาณคนค้นหาชื่อแบรนด์โดยตรง: 0.334-0.392
  • Backlink ทั่วไป (ไม่ใช่ Brand mention): 0.218 เท่านั้น — ต่ำสุดในกลุ่มที่วัด

ข้อมูลนี้สอดคล้องกับผลสำรวจของ SOCi ที่วิเคราะห์ 2,751 แบรนด์กว่า 350,000 สาขา พบว่า ChatGPT แนะนำแค่ 1.2% ของสาขาที่สำรวจ Gemini 11% Perplexity 7.4% เทียบกับ Google Local 3-Pack ที่ 35.9% และแบรนด์ที่ชนะใน Google กับแบรนด์ที่ AI แนะนำมี overlap กันแค่ 45% เท่านั้น สะท้อนว่า SEO ที่ดีไม่ได้รับประกันว่าจะติด AI แต่ก็ยังมีความเกี่ยวข้องกันอยู่บางส่วน

โครงสร้างเนื้อหาที่ช่วยให้ถูกอ้างอิง

งานวิจัยเชิงวิชาการ GEO Paper จาก Princeton, IIT Delhi, Georgia Tech และ Allen Institute (ตีพิมพ์ใน SIGKDD 2024) ทดสอบและพบว่าการเพิ่มสถิติ/ตัวเลขที่ตรวจสอบได้ลงในเนื้อหาช่วยเพิ่ม Visibility ได้ราว 30-40% โดยการรวมหลายกลยุทธ์เข้าด้วยกัน (ใส่สถิติ + ปรับความลื่นไหลของภาษา) ให้ผลดีที่สุด ส่วนการอัดคีย์เวิร์ดแบบเดิม (Keyword Stuffing) ไม่ช่วยอะไรเลย และอาจทำให้ผลแย่ลงในกรณีของ Perplexity ด้วยซ้ำ

นอกจากนี้ข้อมูลจาก Ahrefs ที่วิเคราะห์ citation 17 ล้านรายการ พบว่าเนื้อหาที่ AI นำไปอ้างอิงมีความสดใหม่กว่าเนื้อหาทั่วไปเฉลี่ย 25.7% และ 65% ของการดึงข้อมูลโดย AI Bot เล็งไปที่เนื้อหาที่เผยแพร่ในช่วง 1 ปีล่าสุดเท่านั้น ส่วนหน้าที่มีข้อมูลวิจัยหรือข้อมูลต้นฉบับที่ไม่ซ้ำใคร ได้รับการอ้างอิงเฉลี่ย 11.3 ครั้ง เทียบกับหน้าทั่วไปที่ได้แค่ 3.4 ครั้ง (มากกว่ากัน 3.3 เท่า) แต่ต้องจัดโครงสร้างให้ดึงข้อมูลง่ายด้วย ไม่ใช่แค่มีข้อมูลต้นฉบับเฉยๆ

หลักฐานจากเคสทดสอบจริงในไทย

นอกจากงานวิจัยข้างต้น มีเคสทดสอบจริงจากเว็บไทย 3 เว็บที่ยืนยันแนวโน้มนี้ได้:
หลักการทดสอบ : โดยมีการทดสอบทั้งหมด 7 วัน ใช้คำค้นเดียวกันใน Google บทความนั้นๆ ได้รับการเผยแพร่มาแล้วไม่น้อยกว่า 2 วัน และ ทดสอบทุกครั้งแบบ Incognito บนมือถือและบน Desktop

เว็บ คำค้นที่ทดสอบ ผลลัพธ์ใน AIO บริบทแบรนด์
เว็บผู้ผลิตเก้าอี้หอประชุม เทพื้นปูนรองรับเก้าอี้หอประชุมต้องหนาเท่าไหร่ Inline citation 2 จุดในคำตอบ AIO ไม่มี backlink/brand mention/การตลาดออนไลน์เลย
เว็บรีวิว AI/แอปมือถือ พึ่งสมัครซื้อ CapCut Standard แล้วใช้ไม่ได้ Sidebar source card คู่กับ CapCut official (มีแค่ 2 แหล่งอ้างอิงในคำตอบนี้) ไม่มี backlink/brand mention/การตลาดออนไลน์เลย
เว็บขายพลาสติกแบรนด์ใหญ่ เก้าอี้พลาสติกแบบหนา ยี่ห้อไหนดี Inline + sidebar card คู่กับ Pantip แบรนด์ระดับประเทศ มี mention เยอะอยู่แล้ว

ข้อสรุปที่น่าสนใจที่สุดจากตารางนี้คือ 2 เว็บแรกเป็น “Clean Test Case” ที่พิสูจน์ว่า เนื้อหาเฉพาะทางที่ตอบคำถามแคบๆ ชนะได้แม้ Brand Authority เป็นศูนย์ เพราะคู่แข่งไม่ค่อยมีใครเขียนตอบคำถามระดับความเฉพาะเจาะจงขนาดนี้ ส่วนเว็บที่สามแยกยากว่าติดเพราะคุณภาพเนื้อหาหรือเพราะเป็นแบรนด์ใหญ่อยู่แล้ว จึงสรุปเป็นกลยุทธ์ได้ว่า เว็บที่ Brand Authority ยังต่ำ ควรเจาะคำถามเฉพาะทาง/เชิงเทคนิค/แก้ปัญหา (Troubleshooting) ต่อเนื่อง มากกว่าไปแข่งคำค้นกว้างๆ ที่แบรนด์ใหญ่ครองอยู่แล้ว

ทดสอบเว็บที่ 1 AIO
แม้ไม่มี Brand Authority แต่สามารถขึ้น AI Overview ได้ ในคำค้นที่เป็นคำถาม

 

ทดสอบ AIO เว็บที่ 2
เว็บไม่เคยมี Backlink และมีการ Mention น้อย ถึงไม่มีเลย
ทดสอบ aio ชุดที่ 3 แบรนด์ดัง
แบรนด์นี้เป็นที่รู้จักกันดีอยู่แล้ว แม้พิมพ์ Generic Term ก็ขึ้นใน Organic Search 1-3 อันดับแรก
⚠️ ตัวอย่างในตารางมีแค่ 3 เคส ยังเล็กเกินกว่าจะสรุปเป็นอัตราติด AIO ที่แม่นยำของเนื้อหาทั้งหมด เป็นเพียงหลักฐานเชิงคุณภาพ (Qualitative Evidence) ที่ชี้ทิศทาง ไม่ใช่สถิติเชิงปริมาณที่นำไปคำนวณความน่าจะเป็นได้ตรงๆ การจะรู้ตัวเลขจริงต้องมีระบบติดตามผลอย่างต่อเนื่อง (ยิงคำถามเดิมซ้ำหลายรอบ บันทึกด้วย Incognito พร้อม Timestamp เพราะ AI Overview เปลี่ยนแปลงคำตอบได้สูงถึง 70% ระหว่างรอบสังเกต)

ทำไมต้องระวังเรื่องความน่าเชื่อถือของแหล่งข้อมูล

ตัวเลขส่วนใหญ่ในบทความนี้มาจากงานวิจัยของบริษัทในอุตสาหกรรม SEO/GEO เช่น Ahrefs, Omniscient Digital, G2 และ SOCi ซึ่งมีผลประโยชน์เกี่ยวข้องกับหัวข้อที่ศึกษาโดยตรง (ขายเครื่องมือ SEO/GEO หรือเป็น Marketplace ที่ต้องการโชว์คุณค่าของการเพิ่ม Visibility) จึงควรระบุว่าเป็น “งานวิจัยอุตสาหกรรม” ไม่ใช่งานวิจัยแบบ Peer-reviewed ทางวิชาการ ยกเว้นงาน GEO Paper จาก SIGKDD 2024 ที่เป็นงานวิชาการจริง และงานสำรวจของ Forrester ที่เป็นกลางกว่ากลุ่มอื่นเพราะไม่ได้ขายเครื่องมือ GEO โดยตรง

คำถามที่พบบ่อย

Q: มีงานวิจัยที่ยืนยันชัดเจนว่า AI Overview ในไทยดึงข้อมูลจากที่ไหนบ้าง?

A: ยังไม่มีงานวิจัยขนาดใหญ่ที่เจาะจงตลาดไทยโดยตรง สิ่งที่มีคือข้อมูลระดับโลกที่ใช้อนุมานทิศทางได้ ผสมกับหลักฐานเฉพาะจุดจากตลาดไทย เช่น สัดส่วนแพลตฟอร์ม AI และเคสทดสอบจริงจากเว็บไทย 3 เว็บ

Q: Pantip เป็น Reddit เวอร์ชันไทยจริงหรือเปล่าสำหรับ AI?

A: เป็นสมมติฐานที่มีหลักฐานสนับสนุน 2 จุด (งานวิจัย JMIR และเคสเว็บศรีไทย) แต่ยังไม่ใช่ข้อสรุปทางสถิติที่แน่นอน ควรมองเป็นทิศทางที่น่าติดตามมากกว่าข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้ว

Q: เว็บที่ไม่มี Brand Authority เลย มีโอกาสติด AI Overview ไหม?

A: มีโอกาส จากเคสทดสอบจริงพบว่าเนื้อหาที่ตอบคำถามเฉพาะทาง/เทคนิคแบบแคบๆ สามารถติด AI Overview ได้แม้ไม่มี Backlink หรือ Brand Mention เลย เพราะคู่แข่งมักไม่เขียนตอบคำถามระดับความเฉพาะเจาะจงขนาดนั้น

📚 แหล่งอ้างอิง (References)

หมายเหตุ: ข้อมูลอ้างอิงงานวิจัย JMIR เรื่องคำถามยา 76 ข้อในบริบทภาษาไทยที่กล่าวถึงข้างต้น ยังไม่พบลิงก์ต้นฉบับที่ยืนยันได้ชัดเจนในการค้นครั้งนี้ จึงไม่ได้ใส่ลิงก์ไว้ในรายการนี้ เพื่อความถูกต้อง

บทความนี้รวบรวมจากงานวิจัยและบทความอุตสาหกรรมหลายแหล่ง ตัวเลขบางส่วนมาจากบริษัทที่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้องกับหัวข้อที่ศึกษา ควรพิจารณาประกอบกับบริบทนี้เสมอ ข้อมูลอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามพฤติกรรมของ AI ที่พัฒนาต่อเนื่อง

Thanacharn J.
Thanacharn J.https://rechargeland.com/article
มีความสนใจเกี่ยวกับ AI และอยู่ในบริษัทที่พัฒนาโปรแกรม ระบบ ERP อุปกรณ์ที่สร้างขึ้นเพื่อเชื่อมกับ AI รวมถึง AI Video ให้ความสนใจเกี่ยวกับเรื่อง GEO (Generative Engine Optimization) และ การมาของ Zero Click Threat ในยุค AI เป็นพิเศษ โดยมีพื้นฐานความรู้มาจากทำการตลาดออนไลน์ SEO, PPC, Social Media Marketing ด้วยประสบการณ์มากกว่า 20 ปี
RELATED ARTICLES
- Advertisment -

Most Popular

Recent Comments