Monday, August 31, 2026
HomeAIAnalysisDeepSearch AI หาข้อมูลบุคคล เว็บไหนจริง ผิดกฎหมายหรือไม่?

DeepSearch AI หาข้อมูลบุคคล เว็บไหนจริง ผิดกฎหมายหรือไม่?

AI TREND

DeepSearch AI คืออะไร ทำไมกำลังเป็นกระแส เว็บไหนของจริง แล้วผิดกฎหมายหรือเปล่า

30 สิงหาคม 2569 · AI Trend · อ่าน 9 นาที

ช่วงนี้คำว่า “DeepSearch AI” กำลังถูกค้นหาเยอะขึ้นเรื่อยๆ เพราะมีเครื่องมือ AI ที่อ้างว่าหาชื่อคน ดูประวัติ โซเชียลมีเดีย และข้อมูลสาธารณะอื่นๆ ได้ในไม่กี่วินาที แต่ปัญหาคือ “DeepSearch AI” ไม่ได้มีเจ้าเดียว — มีทั้งเว็บที่ทำงานจริงตามที่โฆษณา และแอปที่ถูกรีวิวว่าใช้กลยุทธ์การตลาดจนคนสับสน บทความนี้จะแยกให้ชัดว่าอันไหนคืออันไหน แล้วเรื่องการเอาชื่อคนไปค้นแบบนี้ผิดกฎหมายไหม น่ากลัวแค่ไหน และเอาไว้เช็คประวัติอาชญากรรมได้จริงหรือเปล่า

“DeepSearch AI” ไม่ได้มีแค่เว็บเดียว — ต้องแยกให้ออกก่อน

ชื่อ “DeepSearch” ถูกใช้โดยหลายผลิตภัณฑ์ที่ไม่เกี่ยวข้องกันเลย ทำให้เวลาค้นหาใน Google จะเจอผลลัพธ์ปนกันมั่ว นี่คือ 3 กลุ่มหลักที่มักสับสนกัน:

  • deepsearch.bioเว็บไซต์จริง ทำหน้าที่เป็นเครื่องมือค้นหา “โปรไฟล์” ของบุคคลจากข้อมูลสาธารณะบนเว็บ (LinkedIn, GitHub, บทความข่าว, โปรไฟล์โซเชียล) แล้วสรุปเป็น Bio พร้อมลิงก์อ้างอิงแหล่งที่มาทุกจุด เน้นกลุ่มผู้ใช้งานสาย recruiter, sales, นักข่าว, นักลงทุน
  • deepsearchai.co เว็บ landing page ของแอปมือถือ “DeepSearch AI Search Assistant” จากบริษัท Hubx ที่มียอดดาวน์โหลดหลักสิบล้านครั้งทั้ง iOS/Android โฆษณาว่าค้นหาใครก็ได้ ตอบได้ทุกคำถาม แต่ผลลัพธ์จริงมักถูกล็อกไว้หลังระบบสมัครสมาชิก
  • Deep Research ใน ChatGPT/Gemini — ฟีเจอร์ค้นคว้าเชิงลึกในตัวแชทบอท AI ที่ทำ multi-step research สังเคราะห์ข้อมูลจากหลายแหล่งเป็นรายงานยาว ไม่ใช่เครื่องมือค้นหาคนโดยเฉพาะ และเป็นคนละบริษัทกับสองอันข้างบนโดยสิ้นเชิง

ทั้งสามกลุ่มนี้แชร์คำว่า “deep search” เหมือนกัน แต่เป็นคนละบริษัท คนละโมเดลธุรกิจ คนละระดับความน่าเชื่อถือ นี่คือจุดที่มิจฉาชีพชอบอาศัยความสับสนนี้สร้างเว็บปลอมเลียนชื่อ

deepsearch.bio ทำงานยังไง ของจริงแค่ไหน

จากข้อมูลบนเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ deepsearch.bio ระบุชัดเจนว่าเป็นเครื่องมือค้นคว้า ไม่ใช่บริการตรวจสอบประวัติ (background check) โดยมีจุดยืนที่น่าสนใจคือ:

  • ดึงข้อมูลจากเว็บสาธารณะเท่านั้น (public web) ไม่เข้าถึงบัญชีส่วนตัว รหัสผ่าน หรือข้อมูลรั่วไหล (breach data)
  • ทุกข้อมูลที่แสดงมีลิงก์อ้างอิงแหล่งที่มาให้ตรวจสอบเองได้ — ไม่ใช่การเดาหรือสร้างข้อมูลขึ้นมา
  • การค้นหาเป็นความลับ ฝั่งที่ถูกค้นจะไม่ได้รับการแจ้งเตือน
  • ระบุตรงๆ ว่าไม่ใช่รายงานผู้บริโภคตาม FCRA และห้ามใช้ผลลัพธ์ตัดสินใจเรื่องการจ้างงาน สินเชื่อ ที่พัก หรือประกันภัย

deepsearchai.co (แอป Hubx) ระวังเรื่องไหนบ้าง

ฝั่งนี้ต่างออกไป จากรีวิวของผู้ใช้จริงหลายแหล่งพบแพทเทิร์นร้องเรียนซ้ำๆ กันคือ โฆษณาว่า “ฟรี” แต่ผลลัพธ์ถูกล็อกหลังระบบสมัครสมาชิกราคาราวสัปดาห์ละหลักร้อยถึงพันบาท บางรายรายงานว่าโดนตัดเงินอัตโนมัติ (auto-pay) โดยไม่ชัดเจนว่ายินยอมหรือไม่ และการยกเลิกสมาชิกทำได้ยาก นอกจากนี้ผลการค้นหาบางครั้งก็คลาดเคลื่อนหรือหาไม่เจอเลยสำหรับคนส่วนใหญ่ที่ไม่ใช่บุคคลสาธารณะ

สรุปสั้นๆ: ไม่ใช่เว็บปลอมหรือแอปหลอกลวง 100% (ดาวน์โหลดจริงบน App Store/Google Play) แต่เป็นรูปแบบ “จ่ายก่อนเห็นผลลัพธ์” ที่ควรอ่านเงื่อนไขการสมัครสมาชิกและตั้งค่ายกเลิกอัตโนมัติให้ดีก่อนกดสมัคร

เอาไปหาชื่อคนแบบนี้ ผิดกฎหมายไหม?

ในมุมกฎหมายไทย ประเด็นนี้เกี่ยวข้องกับพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) เป็นหลัก หลักการคร่าวๆ คือ:

  • การค้นหาข้อมูลสาธารณะเพื่อประโยชน์ส่วนตน เช่น เช็คโปรไฟล์ก่อนนัดเดต หรือดูพื้นฐานผู้สมัครงานก่อนสัมภาษณ์ ยังอยู่ในขอบเขตที่ทำได้ เพราะเป็นข้อมูลที่เจ้าตัวเปิดเผยต่อสาธารณะอยู่แล้ว
  • จุดที่เริ่มเสี่ยงผิดกฎหมายคือการ “เปิดเผยต่อ” — ถ้านำข้อมูลที่ค้นเจอไปโพสต์ประจาน แชร์ต่อ หรือใช้ในทางที่ก่อความเดือดร้อนแก่เจ้าของข้อมูลโดยไม่ได้รับความยินยอม อาจเข้าข่ายความผิดตาม PDPA ซึ่งมีทั้งโทษทางแพ่งและอาญา สูงสุดจำคุกไม่เกิน 6 เดือนหรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท
  • การใช้ผลลัพธ์ตัดสินใจเรื่องจ้างงาน สินเชื่อ หรือที่พัก โดยไม่ผ่านกระบวนการตรวจสอบประวัติที่ถูกต้องตามกฎหมาย ก็มีความเสี่ยงทางกฎหมายแรงงาน/สินเชื่อเพิ่มเติมนอกเหนือจาก PDPA

พูดง่ายๆ คือ “ค้นดูเฉยๆ” ไม่ผิด แต่ “เอาไปทำร้าย สะกดรอย หรือเผยแพร่ต่อ” คือจุดที่ผิดกฎหมายชัดเจน

มันน่ากลัวหรือเปล่า?

ในแง่หนึ่งก็น่ากังวลจริง เพราะเครื่องมือแบบนี้ทำให้การรวบรวมข้อมูลที่กระจัดกระจายอยู่หลายเว็บ (LinkedIn, GitHub, ข่าว, โซเชียล) มารวมเป็นโปรไฟล์เดียวได้เร็วกว่าเดิมมาก ซึ่งถ้าตกไปอยู่ในมือคนที่ตั้งใจสะกดรอยหรือคุกคามก็เป็นความเสี่ยงจริง แต่ในทางเทคนิคเครื่องมือเหล่านี้ไม่ได้ทำอะไรที่การเสิร์ช Google ด้วยมือทำไม่ได้ เพียงแค่ทำให้เร็วและสะดวกขึ้นเท่านั้น ข้อมูลที่ดึงมาทั้งหมดต้องเป็นข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะอยู่แล้วเป็นทุนเดิม

เอาไว้เช็คประวัติอาชญากรรมได้ไหม?

ไม่ได้ — ทั้ง deepsearch.bio และ deepsearchai.co ระบุชัดเจนในเงื่อนไขการใช้งานว่าไม่ใช่บริการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม (background check) หรือรายงานที่ใช้อ้างอิงได้ตามกฎหมาย (ไม่ใช่ consumer report ตามมาตรฐาน FCRA ของสหรัฐฯ) ข้อมูลที่ได้เป็นเพียงการรวบรวมสิ่งที่ปรากฏอยู่บนเว็บสาธารณะ ไม่ใช่ข้อมูลจากฐานข้อมูลราชการหรือศาล หากต้องการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมอย่างเป็นทางการในไทย ต้องยื่นคำร้องผ่านสำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือหน่วยงานที่มีอำนาจโดยตรงเท่านั้น

ข้อควรระวัง: บทความนี้เป็นการอธิบายภาพรวมกระแสและให้ข้อมูลทั่วไปด้านกฎหมาย ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายที่ปรึกษาเฉพาะกรณี หากมีข้อพิพาทเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลจริง ควรปรึกษาทนายความหรือสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) โดยตรง

คำถามที่พบบ่อย

deepsearch.bio กับ deepsearchai.co เว็บไหนคือของจริงกันแน่?

ทั้งสองเป็นผลิตภัณฑ์จริง ไม่ใช่เว็บหลอกลวง แต่เป็นคนละบริษัทคนละโมเดลธุรกิจ — deepsearch.bio เน้นกลุ่มมืออาชีพพร้อมอ้างอิงแหล่งที่มาชัดเจน ส่วน deepsearchai.co เป็นแอปมือถือที่มีข้อร้องเรียนเรื่องระบบสมัครสมาชิกและการตัดเงินอัตโนมัติ

ค้นหาชื่อคนอื่นด้วยเครื่องมือแบบนี้ผิดกฎหมายไหม?

การค้นดูข้อมูลสาธารณะเพื่อประโยชน์ส่วนตัวโดยทั่วไปไม่ผิด แต่การนำข้อมูลไปเผยแพร่ต่อ ประจาน หรือใช้ก่อความเดือดร้อนแก่เจ้าของข้อมูลโดยไม่ยินยอม อาจเข้าข่ายผิด PDPA

ใช้เช็คประวัติอาชญากรรมได้จริงหรือเปล่า?

ไม่ได้ เครื่องมือเหล่านี้ดึงเฉพาะข้อมูลที่เปิดเผยบนเว็บสาธารณะ ไม่ใช่ฐานข้อมูลราชการหรือศาล การตรวจประวัติอาชญากรรมอย่างเป็นทางการต้องยื่นผ่านหน่วยงานรัฐโดยตรง

อ้างอิง

TJ

Thanacharn J.

20+ ปีในสาย SEO / PPC / Social Marketing โฟกัสงานวิจัยด้าน GEO และ Zero-Click Threat


Thanacharn J.
Thanacharn J.https://rechargeland.com/article
มีความสนใจเกี่ยวกับ AI และอยู่ในบริษัทที่พัฒนาโปรแกรม ระบบ ERP อุปกรณ์ที่สร้างขึ้นเพื่อเชื่อมกับ AI รวมถึง AI Video ให้ความสนใจเกี่ยวกับเรื่อง GEO (Generative Engine Optimization) และ การมาของ Zero Click Threat ในยุค AI เป็นพิเศษ โดยมีพื้นฐานความรู้มาจากทำการตลาดออนไลน์ SEO, PPC, Social Media Marketing ด้วยประสบการณ์มากกว่า 20 ปี
RELATED ARTICLES
- Advertisment -

Most Popular

Recent Comments