ทำไม Google Search Console ไม่บอก Keyword ของ AI แต่ Bing บอก?
19 ก.ย. 2569 · Analysis · อ่านประมาณ 9 นาที
สรุปสั้นๆ
- รายงาน Generative AI ใน GSC (เปิดตัว 3 มิ.ย. 2569) บอกแค่ Impression และหน้าเว็บที่ไปปรากฏ แยกตามประเทศ อุปกรณ์ และวันที่ ยังไม่มี query, click, CTR หรือ position
- AI Performance ของ Bing มี Grounding Query, Intent, Topic และ Citation Share แต่ “keyword” ของ Bing ไม่ใช่คำที่คนพิมพ์ เป็นคำที่ AI สร้างขึ้นเองเบื้องหลัง
- Google ยังไม่เคยอธิบายเหตุผลเรื่องนี้ ทั้ง 5 ข้อในบทความคือสมมติฐานของผม ไม่ใช่คำตอบอย่างเป็นทางการ
- ระหว่างรอ ใช้ GSC ดูว่า “หน้าไหน” โผล่ใน AI แล้วใช้ Bing กับการทดสอบซ้ำแทนการเดา “คำค้น”
สองรายงานที่หน้าตาต่างกันมาก
พอเอารายงาน Generative AI ใน Google Search Console กับ AI Performance ใน Bing Webmaster Tools มาวางเทียบกัน ความต่างเห็นชัดตั้งแต่หน้าแรก ฝั่ง Bing มีคอลัมน์ Intent, Topic, Citations และ Citation Share ส่วนฝั่ง Google มีแค่ Impression กับ URL ของหน้าที่ไปปรากฏ

คำถามที่ผมสงสัยคือ Google เป็นเจ้าของข้อมูลคำค้นมากที่สุดในโลก ทำไมถึงให้ข้อมูลฝั่ง AI น้อยกว่า Bing ที่มีส่วนแบ่งการค้นหาน้อยกว่ามาก ผมลองไล่เหตุผลดู แต่ขอบอกก่อนว่า Google ยังไม่เคยอธิบายเรื่องนี้ ทุกข้อในบทความนี้คือสมมติฐานของผมเอง
ถ้ายังไม่เคยเปิดรายงานฝั่ง GSC อ่านพื้นฐานได้ใน Google Search Console เปิดให้ดู Generative AI Features แล้ว ก่อนกลับมาอ่านต่อที่นี่
ก่อนเทียบ: “keyword” ของ Bing ไม่ใช่ keyword ของผู้ใช้
จุดนี้คนเข้าใจผิดบ่อย สิ่งที่ Bing แสดงเรียกว่า Grounding Query คือคำค้นที่ Copilot สร้างขึ้นเองเมื่อต้องไปดึงข้อมูลจากเว็บมาตอบ ไม่จำเป็นต้องตรงกับคำที่ผู้ใช้พิมพ์จริง เอกสารของ Bing เองก็อธิบายไว้แบบนี้
Hive Digital เคยเจอเคสที่ grounding query เป็นประโยคยาวๆ เรียงคำแปลกๆ และซ้ำกันหลายร้อยครั้ง ผู้เขียนตีความว่าน่าจะมาจากเครื่องมือตรวจ AI ที่ยิงคำถามอัตโนมัติ ไม่ใช่คนพิมพ์ ตรงนี้เป็นการตีความของเขา แต่ช่วยให้เห็นภาพว่าคำเหล่านี้ไม่ใช่ keyword แบบที่เราคุ้นใน GSC
เคยอธิบายข้อจำกัดนี้ไว้แล้วใน AI Visibility + Brand Mention มีผลจริง แต่วัดผลไม่ได้ 100% คำถามที่ควรถามจริงๆ จึงเป็นว่า ทำไม Bing ยอมเปิดข้อมูลระดับคำค้นที่ AI สร้างเอง ขณะที่ Google ไม่เปิดทั้งคำที่คนพิมพ์และคำที่ระบบสร้าง
เทียบสองรายงานแบบเห็นภาพ
| หัวข้อ | GSC: Generative AI | Bing: AI Performance |
|---|---|---|
| เปิดตัว | 3 มิ.ย. 2569 (Search กับ Discover แยกเป็นสองรายงาน) | พรีวิว ก.พ. 2569 แล้วเพิ่ม Intent, Topic, Citation Share และ Compare ใน มิ.ย. |
| ครอบคลุม | AI Overviews และ AI Mode | Microsoft Copilot, สรุปคำตอบด้วย AI ใน Bing และพาร์ทเนอร์บางราย |
| หน่วยวัดหลัก | Impression (ลิงก์ของเว็บที่ถูกแสดงใน AI) | Citation (เว็บถูกอ้างอิงเป็นแหล่งข้อมูล) |
| คำค้น | ไม่มี | Grounding Query (คำที่ AI สร้างเองเพื่อไปดึงข้อมูล) |
| Intent / Topic | ไม่มี | มี จัดกลุ่มจาก grounding query |
| Citation Share | ไม่มี | มี (ประเมินสัดส่วน citation ที่เป็นของเว็บเรา) |
| Click / CTR / Position | ไม่มี | ไม่มีข้อมูล click |
| แบ่งข้อมูลตาม | หน้า, ประเทศ, อุปกรณ์ (เฉพาะ Search), วันที่ | grounding query ควบคู่กับหน้า, ช่วงเวลา (เทียบสองช่วงได้) |
| ข้อสังเกตเรื่องข้อมูล | เว็บที่มี impression ใน AI ไม่พออาจไม่เห็นรายงาน | ข้อมูลเป็นแบบ sampled |
สังเกตว่าทั้งสองเจ้า ไม่มีข้อมูล click เหมือนกัน ความต่างจริงๆ อยู่ที่ชั้นของ “คำ” ที่ Bing เปิดให้ดู และ Google ไม่เปิด
5 สมมติฐานว่าทำไม Google ไม่เปิดคำค้น
สมมติฐานที่ 1: prompt ใน AI Mode ยาวและเป็นส่วนตัว จนติดเกณฑ์ปกปิดตัวตน
GSC ซ่อนคำค้นที่มีคนค้นน้อยมากอยู่แล้วเพื่อปกป้องผู้ใช้ ส่วน prompt ใน AI Mode มักยาว เป็นภาษาพูด และมีบริบทส่วนตัวปนอยู่ แทบไม่มีใครพิมพ์ซ้ำกัน ถ้าใช้เกณฑ์เดิม แถวส่วนใหญ่จะถูกซ่อนจนตารางแทบว่าง สู้ไม่ให้คอลัมน์นี้เลยง่ายกว่า รายงานเองก็มีเกณฑ์ขั้นต่ำอยู่แล้ว เพราะ Google ระบุว่าเว็บที่มี impression ใน AI ไม่พออาจไม่เห็นรายงาน
น้ำหนักที่ผมให้: สูง
สมมติฐานที่ 2: ไม่รู้จะผูก impression กับคำค้นไหน (query fan-out)
ระบบแบบ AI Mode แตกคำถามข้อเดียวเป็นหลายคำค้นย่อยเบื้องหลัง คำถามคือ impression หนึ่งครั้งควรผูกกับ prompt ที่คนพิมพ์ หรือกับคำค้นย่อยที่ระบบสร้าง Bing ตัดสินใจไปแล้วว่าใช้ฝั่งระบบ จึงมีตารางออกมาได้ ส่วน Google จนถึงตอนที่ผมเขียนยังไม่เห็นนิยามแบบนี้ และตัวเลขก็ต้องสอดคล้องกับรายงาน Performance เดิม เพราะ Google ระบุว่าข้อมูลฝั่ง AI ยังถูกนับรวมอยู่ในรายงานหลักด้วย
น้ำหนักที่ผมให้: ค่อนข้างสูง
สมมติฐานที่ 3: คำค้นย่อยของ AI เผยกลไกภายใน และเปิดช่องให้เล่นระบบ
ถ้าเห็นทุกคำที่ AI ใช้ค้นก่อนเลือกแหล่งข้อมูล ก็ปรับคอนเทนต์ให้ตรงคำนั้นได้ตรงๆ อีกด้านหนึ่ง ตามเคสของ Hive Digital คำเหล่านี้ปนด้วยคำถามอัตโนมัติจากเครื่องมือตรวจ AI ทำให้ข้อมูลรกได้ง่าย ข้อนี้เดาล้วนๆ ไม่มีหลักฐานว่า Google คิดแบบนี้จริง
น้ำหนักที่ผมให้: ต่ำ
สมมติฐานที่ 4: รายงานนี้ถูกวางเป็นเครื่องมือตัดสินใจเรื่อง opt-out ไม่ใช่เครื่องมือวิเคราะห์ keyword
รายงานใหม่ออกมาพร้อมตัวเลือกให้เว็บเลือกไม่ให้เนื้อหาถูกใช้ในฟีเจอร์ AI และหน้าช่วยเหลือของ Google เองก็บอกว่ารายงานนี้ช่วยประเมินว่าการเปลี่ยนค่าตัวเลือกนี้จะกระทบทราฟฟิกแค่ไหน สำนักข่าว Search Engine Journal รายงานด้วยว่าหน่วยงาน CMA ของสหราชอาณาจักรกำหนดให้ Google ทำการควบคุมระดับหน้าเว็บภายใน มี.ค. 2570 สำหรับการตัดสินใจแบบนั้น รู้ว่า “หน้าไหนได้ visibility จาก AI เท่าไหร่” ก็พอแล้ว ไม่จำเป็นต้องรู้คำค้น ส่วน Bing อยู่ในตำแหน่งที่ต้องดึงเจ้าของเว็บมาผูกกับ Bing Webmaster Tools จึงมีเหตุผลที่จะให้ข้อมูลมากกว่า ข้อหลังนี้ผมอนุมานเอง
น้ำหนักที่ผมให้: ปานกลาง
สมมติฐานที่ 5: เป็นเวอร์ชันแรก และ Google บอกเองว่าจะเพิ่ม metric ทีหลัง
Google ให้ข้อมูลกับสื่อว่ากำลังคุยกับเจ้าของเว็บเพื่อหาว่า insight แบบไหนมีประโยชน์ และจะเพิ่ม metric เข้ามาตามเวลา Bing เองก็ไม่ได้เริ่มจากตารางเต็ม เวอร์ชันแรกเดือน ก.พ. มีแค่ citation, grounding query และหน้า ส่วน Intent, Topic และ Citation Share มาเพิ่มเดือน มิ.ย. จุดที่ข้อนี้อ่อนคือ Bing มี grounding query ตั้งแต่วันแรก ผมจึงให้น้ำหนักแค่ปานกลางค่อนต่ำ
น้ำหนักที่ผมให้: ต่ำถึงปานกลาง
แยกให้ชัดว่าอะไรคือข้อเท็จจริง อะไรคือสมมติฐาน
ข้อเท็จจริงที่ยืนยันได้มีแค่ว่า GSC ยังไม่แสดง query, click, CTR และ position ส่วน Bing แสดง grounding query พร้อมการจัดกลุ่ม ส่วน “ทำไม” ทั้งหมดข้างบนคือการวิเคราะห์ของผม และหลายข้ออาจผิดทั้งหมด
สิ่งที่จะทำให้ผมเปลี่ยนความเห็น: ถ้า Google เพิ่มคอลัมน์ query โดยยังซ่อนแถวที่คนค้นน้อยตามเกณฑ์เดิม สมมติฐานข้อ 1 จะอ่อนลงทันที และถ้า Google ประกาศนิยามคำค้นฝั่ง AI แบบเดียวกับ grounding query สมมติฐานข้อ 2 ก็ควรถูกทบทวนใหม่
อ่านตาราง Bing ยังไงไม่ให้หลง
ต่อให้ Bing ให้ข้อมูลเยอะกว่า ก็มีจุดที่ต้องระวังในการอ่าน
- Intent และ Topic มาจากการจัดกลุ่ม grounding query ไม่ได้มาจากคำที่ผู้ใช้พิมพ์ Bing แบ่ง intent เป็นกลุ่มอย่าง Informational, Commercial, Navigational, Research และ Local
- Citation Share ไม่ตามจำนวน Citation ในตารางตัวอย่างที่ผมเปิดดู Topic หนึ่งมี 174 citations แต่ share แค่ 0.12% ขณะที่อีก Topic มี 123 citations แต่ share เกือบ 40% ผมอ่านว่า share คือค่าเปรียบเทียบกับ citation ทั้งหมดในหัวข้อนั้น ไม่ใช่ตัวบอกปริมาณ ส่วนตัวหารที่ Bing ใช้ในระดับ Topic ผมยังไม่พบคำอธิบายละเอียด จึงอ่านเป็นค่าเชิงเปรียบเทียบเท่านั้น
- ข้อมูลเป็นแบบ sampled Bing ระบุว่าตัวเลข citation ของ query และหน้าเดียวกันอาจไม่ตรงกัน ถ้ากรองคนละทาง
- ไม่มี click รู้ได้ว่าถูกอ้างอิง แต่ไม่รู้ว่ามีคนเข้าเว็บจริงไหม
เมื่อ GSC ไม่มี keyword ตอนนี้ทำอะไรได้บ้าง
วิธีที่ผมใช้ตอนนี้มี 4 อย่าง ไล่ตามลำดับที่ทำได้เร็วที่สุด
- ใช้แท็บ Pages ใน GSC หาหน้าที่โผล่ใน AI แล้วเทียบกับ impression ของ Web search ปกติในหน้าเดียวกัน ช่วงเวลาเดียวกัน เพื่อดูว่าหน้าไหนพึ่ง AI มากกว่าปกติ (สูตรนี้ผมยืมมาจากบทความของ Google AIO SEO)
- อ่าน grounding query ของ Bing เป็น “ภาษาที่ AI ใช้ค้น” ไม่ใช่ keyword จริงของลูกค้า และเป็นของ Copilot ไม่ใช่ Google ใช้ดูแนวการเรียบเรียงคำได้ แต่อย่าเอาไปสรุปแทนพฤติกรรมฝั่ง Google ตัวอย่างการใช้ Bing Webmaster Tools กับงานจริงดูได้ใน เคสทดสอบ Bing Webmaster Tools กับการเห็นแบรนด์ใน ChatGPT
- ทดสอบซ้ำแบบ incognito กับ prompt จริงที่ลูกค้าพิมพ์ เพราะไม่มีรายงานไหนบอกได้ว่า prompt จริงคืออะไร และคำตอบของ AI เปลี่ยนได้ทุกรอบ
- เรื่อง click และ conversion ให้ดูจาก GA4 referral และอ่านข้อจำกัดเรื่องการวัดผลต่อใน แบรนด์ติดใน AI Search แต่วัด Conversion Rate ไม่ได้ ปัญหาโลกแตก
อย่าลืมว่า GSC เห็นเฉพาะฝั่ง Google ส่วน ChatGPT และ Gemini ยังไม่มีรายงานเทียบเท่าเลย ถ้า Google เพิ่มข้อมูลระดับ query เมื่อไหร่ สมมติฐานข้อ 1 และ 2 ควรถูกทบทวนใหม่ทันที
คำถามที่พบบ่อย
รายงาน Generative AI ใน GSC ดู keyword ได้ไหม?
ตอนนี้ยังไม่ได้ รายงานนี้แสดง Impression แยกตามหน้า ประเทศ อุปกรณ์ และวันที่ ไม่มี query, click, CTR หรือ position ส่วนข้อมูลของ AI Overviews และ AI Mode ยังถูกนับรวมในรายงาน Performance ปกติตามเดิม แต่แยกดูเฉพาะฟีเจอร์ AI ไม่ได้
Grounding query ใน Bing คือ keyword ที่คนพิมพ์หรือเปล่า?
ไม่ใช่ Grounding query คือคำค้นที่ Copilot สร้างขึ้นเองเบื้องหลังเพื่อไปดึงแหล่งข้อมูลมาตอบ อาจไม่ตรงกับคำที่ผู้ใช้พิมพ์จริง จึงใช้เป็นภาพสะท้อนว่า AI ค้นหาแบบไหน ไม่ใช่รายชื่อ keyword ของลูกค้า
ทำไมผมไม่เห็นเมนู Generative AI ใน Search Console?
Google ระบุว่ารายงานนี้ทยอยเปิดให้แต่ละ property และเว็บที่มี impression ใน AI ไม่มากพออาจไม่เห็นรายงาน หรือเว็บอาจตั้งค่าไม่ให้เนื้อหาถูกใช้ในฟีเจอร์ AI ไว้ แม้ Google จะเพิ่มหมายเหตุว่าเปิดให้ทุกเว็บทั่วโลกแล้วตั้งแต่ 31 ส.ค. 2569
Google จะเพิ่มข้อมูล keyword ในรายงานนี้ไหม?
Google บอกว่ากำลังรับฟังเจ้าของเว็บว่าต้องการข้อมูลแบบไหนและจะเพิ่ม metric ทีหลัง แต่ยังไม่ได้ระบุว่าจะมี query หรือไม่ ผมจึงถือว่าเรื่องนี้ยังไม่มีคำตอบ
อ่านต่อในซีรีส์ AI Research
- Google Search Console เปิดให้ดู Generative AI Features แล้ว
- AI Visibility + Brand Mention มีผลจริง แต่วัดผลไม่ได้ 100%
- แบรนด์ติดใน AI Search แต่วัด Conversion Rate ไม่ได้ ปัญหาโลกแตก
แหล่งอ้างอิง
- Google Search Central Blog: Introducing Search Generative AI performance reports in Search Console
- Search Console Help: Generative AI performance report (Search)
- Search Console Help: Search generative AI control
- Search Engine Land: Google Search Console AI performance reports and controls to block your content in AI responses
- Search Engine Land: AI performance reports and Search generative AI control rolling out globally
- Search Engine Journal: Google Search Console AI Reports Rolled Out Worldwide
- Bing Webmaster Blog: Introducing AI Performance in Bing Webmaster Tools Public Preview
- Bing Search Blog: New AI Visibility Insights in Bing Webmaster Tools (Intents, Topics, Citation Share, Compare)
- Bing Webmaster Tools Help: AI Performance
- CXL: Tracking AI Visibility With Bing Webmaster AI Performance Reporting
- Hive Digital: How Grounding Queries and Query Fan-outs Drive LLM Visibility
- Google AIO SEO: Generative AI Report in Google Search Console, How to Analyze It
Thanacharn J.
20+ ปีในสาย SEO / PPC / Social Marketing โฟกัสงานวิจัยด้าน GEO และ Zero-Click Threat


