Thursday, September 17, 2026
HomeAIAI Researchทำไมคนไทยหา Gemini เยอะกว่า ChatGPT แต่ใช้งานน้อยกว่า?

ทำไมคนไทยหา Gemini เยอะกว่า ChatGPT แต่ใช้งานน้อยกว่า?

AI Research

ทำไมคนไทยเสิร์ช “Gemini” ใน Google เยอะกว่า “ChatGPT” ทั้งที่คนใช้งานจริงน้อยกว่า?

17 กันยายน 2569 · AI Research · อ่าน 6 นาที

ข้อมูล Google Trends ย้อนหลัง 1 ปีในไทย เปรียบเทียบคำค้น “gemini”, “chatgpt”, “claude”, “copilot” และ “perplexity ai” พบว่า “gemini” มีคะแนนความสนใจเฉลี่ยสูงที่สุดตลอดทั้งปี (36 คะแนน) นำ “chatgpt” (15 คะแนน) อย่างต่อเนื่อง ทั้งที่ในแง่จำนวนผู้ใช้งานจริง ChatGPT ยังคงครองส่วนแบ่งตลาดสูงกว่า Gemini มาก บทความนี้ชวนดูว่าทำไมยอดค้นหาถึงสวนทางกับยอดผู้ใช้งานจริงขนาดนี้

ข้อมูลที่เห็นจาก Google Trends จริง

คนหา gemini เยอะสุด แต่ใช้ Chatgpt เยอะกว่า
ข้อมูลจาก google trends

กราฟ Interest over Time ของไทยในช่วง 1 ปีที่ผ่านมาแสดงคะแนนความสนใจเฉลี่ยเรียงลำดับดังนี้: gemini 36, chatgpt 15, claude 4, copilot 1, perplexity ai 0 (เต็ม 100) จุดที่น่าสังเกตคือเส้นกราฟของ gemini เริ่มต้นสูงเกือบเต็มสเกล (ใกล้ 100) ในช่วงเดือนตุลาคม ก่อนจะร่วงลงมาทรงตัวอยู่แถว 30-40 ตลอดช่วงที่เหลือของปี ขณะที่เส้นของ chatgpt ค่อนข้างทรงตัวในระดับ 15-20 มาตลอดโดยไม่มีจุดพีคแบบเดียวกัน ทีมงานตั้งข้อสังเกตว่าจุดพีคช่วงต้นน่าจะมาจากข่าวเปิดตัวฟีเจอร์หรือรุ่นใหม่ของ Gemini ในช่วงนั้น แต่ไม่มีข้อมูลยืนยันแน่ชัดว่าเป็นเหตุการณ์ไหน

สำหรับ claude, copilot และ perplexity ai คะแนนต่ำมากตลอดทั้งปี ซึ่งไปในทิศทางเดียวกับส่วนแบ่งผู้ใช้งานจริงในไทยที่ทีมงานเคยรวบรวมไว้ (ช่วงปลายปี 2568): ChatGPT ครองส่วนแบ่งประมาณ 74%, Gemini 16%, Perplexity 7%, Copilot 2%, Claude ต่ำกว่า 1% ข้อมูลนี้เป็นการรวบรวมเชิงสังเกตของทีมงานเอง ไม่ใช่งานสำรวจขนาดใหญ่ระดับประเทศ จึงควรมองเป็นเซนส์การตลาดคร่าวๆ มากกว่าตัวเลขทางการ แต่ที่น่าสนใจคือ Gemini กับ ChatGPT เป็นคู่เดียวที่ตัวเลขค้นหากับส่วนแบ่งผู้ใช้งานจริง “สวนทางกัน” ชัดเจน ส่วนอีก 3 ตัวไปในทิศทางเดียวกันทั้งคู่

คำค้นที่พุ่งพรวด (Related Queries) รอบ gemini

คำค้นใน google trend เกี่ยวกับ gemini
ข้อมูลจาก google trends

เมื่อดู Related Queries ที่กำลังพุ่งขึ้นแรงในกลุ่มนี้ พบคำที่น่าสนใจ เช่น “gemini omni” (+4,550%), “สมัคร gemini pro ฟรี” (+3,350%), “nootbook lm” (+2,100%, สะกดผิดจาก NotebookLM), “gemini pro ฟรี” (+800%), “ลบลายน้ำ gemini” (+750%), “gemini enterprise” (+600%), “thaimooc” (+600%), “gemini pro student” (+450%), “gemini spark” (+450%) และ “คำสั่งแต่งรูป gemini” (+300%)

คำอย่าง “ลบลายน้ำ gemini” และ “คำสั่งแต่งรูป gemini” สะท้อนพฤติกรรมเฉพาะเจาะจง คือคนกำลังค้นหาวิธีใช้ฟีเจอร์สร้าง/แต่งภาพของ Gemini โดยตรง ซึ่งอาจอธิบายได้ว่าทำไมคนจำนวนมากถึงต้องเปิด Google ค้นหาก่อน แทนที่จะรู้วิธีใช้งานอยู่แล้วเหมือนแอปที่คุ้นเคย ส่วนคำว่า “thaimooc” ที่โผล่มาปนโดยไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับ Gemini เลย เป็นรูปแบบเดียวกับที่เคยพบในบทความ ความผิดปกติของคำค้นหาที่เกี่ยวกับ iPhone 18 คือ Related Queries นับจากคำที่ถูกค้นหา “ในช่วงเวลาเดียวกัน” ไม่ใช่คำที่ “มีความหมายเกี่ยวข้องกัน” จึงมีโอกาสที่คำค้นหาระดับประเทศที่ไม่เกี่ยวข้องกันเลยจะติดมาด้วยเมื่อฐานการค้นหาของคำหลักยังไม่ใหญ่พอ

ลองถาม Gemini ให้อธิบายตัวเอง

เพื่อหาคำอธิบาย ทีมงานลองถาม Gemini โดยตรงว่าทำไมตัวเองถึงถูกค้นหามากกว่า ChatGPT ทั้งที่มีคนใช้งานจริงน้อยกว่า คำตอบสรุปได้ 3 ประเด็นหลัก

1) การรับรู้ชื่อ: ChatGPT เป็นชื่อเฉพาะที่คนรู้จักตัวผลิตภัณฑ์ตรงๆ อยู่แล้ว จึงพิมพ์เข้าเว็บหรือเปิดแอปตรงมากกว่าจะเสิร์ชหา ส่วน “Gemini” เป็นทั้งชื่อแบรนด์และคำที่ใช้ในบริบทกว้างกว่า เช่น ฟีเจอร์ในมือถือ ข่าวอัปเดต การเปรียบเทียบรุ่น ทำให้ยอดค้นหารวมสูงกว่าที่ควรจะเป็นถ้านับเฉพาะแชทบอท

2) ช่องทางการเข้าถึง: Gemini ฝังมากับ Android และ Google Workspace อยู่แล้ว คนจำนวนมากใช้งานผ่านช่องทางนี้โดยไม่ต้องเสิร์ชผ่าน Google Search เลย ขณะที่ ChatGPT เป็นแอป/เว็บไซต์ปลายทางเดี่ยว เวลาจะใช้งานบนอุปกรณ์ใหม่มักต้องเปิด Google เพื่อกดลิงก์เข้าใช้งาน จึงเกิดทราฟฟิกค้นหาบ่อยกว่าในจุดนี้

3) ความคุ้นเคย: ChatGPT เป็นผู้บุกเบิกกระแส Generative AI จนชื่อกลายเป็นคำติดปากเหมือนชื่อสามัญของแชทบอท AI ทั่วไป ขณะที่ยอดผู้ใช้งาน Gemini เติบโตตามฐานระบบนิเวศของ Google ที่มีอยู่แล้วทั่วโลก แต่คำค้นหาชื่อแบรนด์กลับกระจายไปตามบริบทที่กว้างกว่า

คำอธิบายนี้มาจากตัว Gemini เอง จึงควรอ่านด้วยความระมัดระวังว่าอาจมีมุมที่โมเดลอธิบายเข้าข้างตัวเองอยู่บ้าง ไม่ใช่แหล่งข้อมูลที่เป็นกลาง 100%

มุมมองเสริมจากทีมงาน

คนที่มีแอป ChatGPT ติดเครื่องอยู่แล้วมักไม่ต้องเสิร์ชชื่อแบรนด์ซ้ำๆ เพราะเปิดแอปตรงได้เลย ในขณะที่ Gemini ยังเป็นเรื่องใหม่สำหรับคนจำนวนมาก พอได้ยินว่าใช้สร้างหรือแต่งภาพได้ ก็มักไปเสิร์ชหาก่อนว่าใช้ยังไง เข้าที่ไหน ซึ่งสอดคล้องกับคำค้นอย่าง “ลบลายน้ำ gemini” และ “คำสั่งแต่งรูป gemini” ที่พุ่งขึ้นมาแรง อีกจุดหนึ่งที่ควรตั้งข้อสังเกตไว้คือ Google Trends เป็นข้อมูลที่ Google เก็บเองและเผยแพร่แบบเปิด ไม่น่าจะมีเหตุผลที่ Google ต้องปรับแต่งตัวเลขเพื่อเรื่องนี้โดยเฉพาะ จึงมองว่าข้อมูลชุดนี้น่าเชื่อถือในแง่ความเป็นกลาง แม้จะตีความสาเหตุเบื้องหลังได้หลายแบบก็ตาม

ทำไมเรื่องนี้สำคัญกับคนทำ GEO

บทเรียนสำคัญคือยอดค้นหาชื่อแบรนด์ใน Google Trends ไม่ใช่ตัวชี้วัดส่วนแบ่งการใช้งานจริงโดยตรง มันสะท้อน “พฤติกรรมการค้นหา” มากกว่า “ปริมาณการใช้งาน” แบรนด์ที่ฝังลึกในระบบนิเวศเดิมอย่าง ChatGPT อาจมีคนใช้เยอะแต่ค้นหาน้อยเพราะไม่จำเป็นต้องค้น ในขณะที่แบรนด์ที่กำลังอยู่ในช่วงให้คนค้นหาเพื่อทำความรู้จักฟีเจอร์ใหม่ๆ อย่าง Gemini จะมียอดค้นหาสูงในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ ประเด็นนี้ใกล้เคียงกับที่เคยพูดถึงในบทความ ช่องว่างการมองเห็นระหว่าง AI Overview กับ ChatGPT ว่าตัวชี้วัดการมองเห็นแต่ละแพลตฟอร์มมีธรรมชาติต่างกัน วัดด้วยไม้บรรทัดเดียวกันไม่ได้ตรงๆ และเรื่องพฤติกรรมการค้นหาที่เปลี่ยนไปตามความคุ้นเคยกับเครื่องมือ ก็เคยสรุปไว้ในบทความ ทุกวันนี้คนใช้ Google หรือ ChatGPT หาข้อมูลมากกว่ากัน? เช่นกัน

ข้อจำกัดของบทความนี้

ข้อมูลส่วนแบ่งผู้ใช้งานจริงที่อ้างถึงเป็นการรวบรวมเชิงสังเกตของทีมงานเอง ไม่ใช่งานสำรวจขนาดใหญ่ที่เผยแพร่เป็นทางการ คำอธิบายจาก Gemini เป็นคำตอบของโมเดลเอง ไม่ใช่ข้อมูลที่ผ่านการตรวจสอบจากบุคคลที่สาม และการตีความสาเหตุของจุดพีคในกราฟหรือคำค้น “thaimooc” ที่ปนมา ล้วนเป็นสมมติฐานของทีมงาน ยังไม่มีการยืนยันจาก Google โดยตรง

คำถามที่พบบ่อย

ทำไม Gemini ถูกค้นหาใน Google Trends มากกว่า ChatGPT?

น่าจะเป็นเพราะ ChatGPT เป็นแอปที่คนคุ้นเคยและเปิดใช้ตรงได้เลย ส่วน Gemini ยังเป็นเรื่องใหม่สำหรับหลายคน ทำให้ต้องเสิร์ชหาข้อมูลหรือวิธีใช้งานบ่อยกว่า

แปลว่า Gemini มีคนใช้งานมากกว่า ChatGPT จริงไหม?

ไม่ใช่ ข้อมูลส่วนแบ่งผู้ใช้งานที่ทีมงานรวบรวมไว้ยังชี้ว่า ChatGPT มีผู้ใช้งานจริงมากกว่า Gemini หลายเท่าตัว ยอดค้นหาที่สูงกว่าสะท้อนพฤติกรรมการค้นหา ไม่ใช่ขนาดฐานผู้ใช้งาน

“nootbook lm” ในคำค้นที่พุ่งขึ้นมาคืออะไร?

น่าจะเป็นการสะกดผิดของ “NotebookLM” ซึ่งเป็นเครื่องมือช่วยสรุป/วิเคราะห์เอกสารของ Google ในกลุ่มเดียวกับ Gemini

ทำไมมีคำอย่าง “thaimooc” ปนอยู่ในรายการคำค้นที่เกี่ยวกับ Gemini?

Related Queries นับจากคำที่ถูกค้นหาในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน ไม่ใช่คำที่มีความหมายเกี่ยวข้องกันโดยตรง จึงมีโอกาสที่คำค้นหาไม่เกี่ยวข้องกันเลยจะติดมาด้วยเมื่อฐานการค้นหาของคำหลักยังไม่ใหญ่พอ

เอาข้อมูลนี้ไปใช้ประโยชน์ด้าน GEO ยังไง?

ควรระวังไม่ใช้ยอดค้นหาแบรนด์ AI เป็นตัวชี้วัดขนาดโอกาสทางธุรกิจโดยตรง เพราะยอดค้นหาสูงอาจแปลว่าคนกำลังอยู่ในช่วงเรียนรู้ ไม่ใช่ฐานผู้ใช้งานที่ใหญ่กว่าจริง

อ่านเคสอื่นๆ ในซีรีส์ AI Research

TJ

Thanacharn J.

20+ ปีในสาย SEO / PPC / Social Marketing โฟกัสงานวิจัยด้าน GEO และ Zero-Click Threat

Thanacharn
Thanacharnhttps://rechargeland.com/article
มีความสนใจเกี่ยวกับ AI และอยู่ในบริษัทที่พัฒนาโปรแกรม ระบบ ERP อุปกรณ์ที่สร้างขึ้นเพื่อเชื่อมกับ AI รวมถึง AI Video ให้ความสนใจเกี่ยวกับเรื่อง GEO (Generative Engine Optimization) และ การมาของ Zero Click Threat ในยุค AI เป็นพิเศษ โดยมีพื้นฐานความรู้มาจากทำการตลาดออนไลน์ SEO, PPC, Social Media Marketing ด้วยประสบการณ์มากกว่า 20 ปี
RELATED ARTICLES
- Advertisment -

Most Popular

Recent Comments