Friday, September 25, 2026
HomeAIAI ResearchAI Visibility ตลาดไทย 2026: ผลทดสอบจริง 40+ เคส

AI Visibility ตลาดไทย 2026: ผลทดสอบจริง 40+ เคส

AI Research · รายงานภาพรวม

รายงาน AI Visibility ตลาดไทย 2026: 10 ข้อค้นพบจากการทดสอบจริงกว่า 40 เคส

25 ก.ย. 2569 · AI Research · อ่านประมาณ 15 นาที

ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2569 ทีมเราทดสอบว่า Google AI Overview, ChatGPT และ Gemini เลือกพูดถึงใคร อ้างอิงเว็บไหน และเปลี่ยนคำตอบบ่อยแค่ไหน ทั้งกับเว็บไซต์ของเราเอง และกับแบรนด์ลูกค้าในหลายอุตสาหกรรม ผลแต่ละเคสถูกเขียนแยกไว้ในหมวด AI Research รวมแล้วกว่า 40 ชิ้น

รายงานฉบับนี้รวมทุกเคสไว้ในที่เดียว แล้วสรุปเป็น 10 ข้อค้นพบที่เห็นซ้ำมากกว่าหนึ่งครั้ง พร้อมกราฟจากข้อมูลจริง ตลาดไทยยังมีข้อมูลเรื่องนี้น้อยมาก งานวิจัยส่วนใหญ่ที่อ้างถึงกันเป็นข้อมูลภาษาอังกฤษจากตลาดต่างประเทศ เราจึงอยากให้รายงานนี้เป็นจุดเริ่มต้นสำหรับคนที่อยากเข้าใจว่า AI Search ในไทยทำงานอย่างไรในทางปฏิบัติ

ทุกแบรนด์ลูกค้าในรายงานนี้ถูกปิดชื่อ และไม่เปิดเผยคำค้นเฉพาะที่เป็นข้อมูลของลูกค้า ตัวเลขที่นำมาแสดงเป็นตัวเลขที่เคยเผยแพร่แบบปิดชื่อในบทความของเราแล้ว

สรุป 10 ข้อค้นพบ

  1. อันดับ SEO ไม่ได้กำหนดว่าใครถูก AI Overview อ้างอิง เว็บที่ไม่ติดหน้า 1–5 ยังถูกอ้างอิงได้ ส่วนอันดับ 2 และ 3 ถูกข้ามได้
  2. เว็บเล็ก DR ต่ำ ไม่มี backlink ติด AI Overview ได้ภายใน 9–12 ชั่วโมง แต่ไม่ได้เกิดทุกครั้ง
  3. ChatGPT กับ AI Overview ให้ผลคนละทางกัน แบรนด์หนึ่งได้ 97% ใน AIO แต่ 18% ใน ChatGPT อีกแบรนด์กลับด้าน
  4. ประเภทคำค้นมีผลมากกว่าชื่อเสียงแบรนด์ แบรนด์เดียวกันได้ 100% ในคำชื่อสินค้า และ 0% ในคำเชิงสุขภาพ
  5. AI Overview ไม่ขึ้นในบางคำที่คนค้นหามากที่สุด แต่ขึ้นในคำสุขภาพและการเงินที่หลายคนคิดว่าไม่ขึ้น
  6. ถูกพูดถึง ถูกอ้างอิง และถูกแนะนำ เป็นสามอย่างที่ไม่เท่ากัน
  7. สำหรับคำค้นเชิงสินค้า AI Overview ให้น้ำหนักกับ Marketplace และเว็บที่รวมหลายแบรนด์ มากกว่าเว็บของแบรนด์เอง
  8. คำตอบ AI เปลี่ยนทุกรอบ แต่ผลที่เราวัดในไทยนิ่งกว่างานวิจัยต่างประเทศ ซึ่งอาจเกี่ยวกับจำนวนคู่แข่งที่ยังน้อย
  9. ติดใน AI ไม่ได้แปลว่าได้คลิก และยังไม่มีเครื่องมือไหนวัดผลได้ครบ
  10. ความดังบนโซเชียลไม่ได้ย้ายไปอยู่ในคำตอบ AI เอง สัญญาณที่ AI อ่านได้นอกเว็บของแบรนด์มีน้ำหนักมาก

40+

เคสที่เผยแพร่ในหมวด AI Research ตั้งแต่ ส.ค. 2569

250

รอบทดสอบใน 3 เคสแบรนด์ล่าสุด (น้ำตาล อาหารเสริม iPhone)

9 ชม.

เร็วที่สุดที่บทความใหม่ติดอันดับ 1 และถูกอ้างอิงใน AI Overview

0/60

รอบที่ AI Overview พูดถึงแบรนด์อาหารเสริมที่คนรู้จักทั่วประเทศ

ขอบเขตและวิธีการของรายงานนี้

ข้อมูลในรายงานมาจาก 4 แหล่งหลัก คือการทดสอบบทความของ Rechargeland เอง การทดสอบแบรนด์ลูกค้า (ปิดชื่อ) การติดตามคำค้นที่เป็นเทรนด์ใหม่ และข้อมูลจาก Google Search Console กับ Bing Webmaster Tools

กลุ่มข้อมูล ตัวอย่างเคส ใช้ตอบคำถาม
ทดสอบบทความของเราเอง ขาย Canva Template, Prompt หวย AI, ChatGPT หรือ Google เว็บใหม่ติด AI ได้เร็วแค่ไหน อันดับ SEO เกี่ยวไหม
ทดสอบแบรนด์ลูกค้า (ปิดชื่อ) น้ำตาล อาหารเสริม ค้าปลีกไอที เฟอร์นิเจอร์ พลาสติก AI แนะนำแบรนด์ไหน อ้างอิงจากแหล่งไหน
คำค้นที่เป็นเทรนด์ใหม่ iPhone 18, TH-AI Passport, DeepSearch AI AI รับมือกับเรื่องใหม่อย่างไร
ข้อมูล GSC และ Bing CTR หมวดบันเทิงเทียบสินค้า, รายงาน Generative AI ติด AI แล้วได้คลิกไหม วัดผลได้แค่ไหน

วิธีทดสอบใช้หลักเดียวกันทุกเคส คือค้นหาแบบ Incognito ไม่ login ค้นคำเดิมซ้ำ 8–20 รอบ แทนการดูผลจากการค้นครั้งเดียว และบันทึกแยกว่าแบรนด์ “ถูกพูดถึง” ในคำตอบ หรือเว็บ “ถูกอ้างอิง” เป็นแหล่งที่มา เหตุผลที่ต้องทดสอบซ้ำอธิบายไว้ในบทความ ทำไมคำตอบและแหล่งอ้างอิงของ AI Overview ถึงเปลี่ยนทุกครั้ง

ข้อค้นพบที่ 1: อันดับ SEO ไม่ได้กำหนดว่าใครถูกอ้างอิง

ความเชื่อที่พบบ่อยคือ AI Overview ดึงข้อมูลจากผลค้นหา 10 อันดับแรกเท่านั้น ข้อมูลของเราขัดกับความเชื่อนี้ซ้ำหลายครั้ง ตั้งแต่เคสแรกๆ ที่พบว่า Facebook ถูกอ้างอิงในแถบแหล่งที่มา ทั้งที่ไม่ติดหน้า 1–5 เลย ดูรายละเอียดได้ใน ความเชื่อที่ว่า AI Overview ดึงเฉพาะผลค้นหาหน้าแรก

ในทางกลับกัน การติดอันดับ 1 ก็ไม่ได้การันตีการถูกอ้างอิงเป็นหลัก เคสแบรนด์เฟอร์นิเจอร์พลาสติกที่เราเรียกว่า “แบรนด์ A” ติดอันดับ 1 organic แต่ AI Overview เลือกอ้างอิงคู่แข่งที่อยู่อันดับ 3 ในเนื้อหาคำตอบ อ่านต่อได้ใน แบรนด์ติด SEO อันดับ 1 แต่ AI Overview เลือกคู่แข่ง

ชุดข้อมูลที่ชัดที่สุดมาจากการทดสอบบทความ ทุกวันนี้คนใช้ Google หรือ ChatGPT หาข้อมูลมากกว่ากัน ซึ่งเราบันทึกอันดับ organic เทียบกับสถานะการถูกอ้างอิงไว้ครบทั้ง 9 อันดับ

อันดับ organic เว็บไซต์ ถูกอ้างอิงใน AI Overview
1 Rechargeland ถูกอ้างอิง
2 เว็บข่าวการตลาด ไม่ถูกอ้างอิง
3 Pantip ไม่ถูกอ้างอิง
4 Quora ถูกอ้างอิง
5 YouTube (ช่องไอที) ไม่ถูกอ้างอิง
6 Facebook (เพจคอร์สออนไลน์) ถูกอ้างอิง
7 Reddit ถูกอ้างอิง
8 เว็บการศึกษา ถูกอ้างอิง
9 YouTube (ช่องความรู้) ถูกอ้างอิง
ไม่ติดหน้า 1–5 เว็บซอฟต์แวร์ธุรกิจ ถูกอ้างอิง

ข้อมูลจากการทดสอบวันที่ 21 ส.ค. 2569 ปิดชื่อเว็บไซต์ที่ไม่ใช่แพลตฟอร์มสาธารณะ

อันดับ 2, 3 และ 5 ถูกข้าม ขณะที่อันดับ 6–9 ถูกอ้างอิงทั้งหมด และมีเว็บที่ไม่ติดหน้า 1–5 เลยถูกอ้างอิงด้วย รูปแบบเดียวกันเกิดในเคส Prompt หวย AI ที่เว็บข่าวรายหนึ่งถูกอ้างอิงทั้งที่ไม่ติดหน้าแรก สรุปได้ว่าการติดหน้าแรกช่วยเพิ่มโอกาส แต่ไม่ใช่เงื่อนไขที่ต้องมี และไม่ได้เรียงลำดับการอ้างอิงตามอันดับ SEO

ข้อค้นพบที่ 2: เว็บเล็กติด AI ได้เร็ว แต่ไม่ได้เร็วทุกครั้ง

ตอนที่ทดสอบ Rechargeland มี Domain Rating ประมาณ 15 และยังเป็นเว็บเติมเกมที่กำลังเปลี่ยนมาทำเนื้อหาด้าน AI แต่บทความใหม่หลายชิ้นถูกอ้างอิงใน AI Overview ภายในไม่กี่ชั่วโมง โดยไม่มี backlink เลย ในเคส ขายเทมเพลต Canva ได้เงินเท่าไหร่ บทความของเราถูกอ้างอิงคู่กับเว็บต่างประเทศที่มี DR 81 ภายใน 12 ชั่วโมง

กราฟ 1: เวลาตั้งแต่เผยแพร่จนถูกอ้างอิงใน AI Overview

หน่วย: ชั่วโมง ความยาวแท่งเทียบกับ 168 ชั่วโมง (7 วัน)

บทความ ChatGPT หรือ Google9 ชม.
Prompt หวย AI (เนื้อหา evergreen)10 ชม.
ขายเทมเพลต Canva ได้เงินเท่าไหร่12 ชม.
เก้าอี้พลาสติกสำหรับห้องเช่า (อุตสาหกรรม)ประมาณ 7 วัน
เครื่องมือดูอันดับ AI (ติดอันดับ 2 ใน 3 วัน)ยังไม่ถูกอ้างอิง

แต่ความเร็วไม่ได้เกิดทุกครั้ง บทความ รีวิวเครื่องมือดูอันดับ AI ติดอันดับ 2 จากผลลัพธ์ 13.8 ล้านรายการภายใน 3 วัน แต่ AI Overview ยังอ้างอิงเฉพาะเครื่องมือต่างประเทศ 2 ราย ความต่างที่เห็นคือ เคสที่ติดเร็วมักเป็นคำค้นที่ยังมีเนื้อหาภาษาไทยตอบตรงๆ น้อย ส่วนคำค้นที่มีเจ้าตลาดชัดเจน AI อาจมองว่ามีแหล่งพอแล้ว ข้อนี้เป็นการสังเกตของเรา ยังไม่ได้ทดสอบแยกตัวแปร

ประเด็นที่ควรจำคือ DR และอายุโดเมนไม่ใช่ตัวตัดสินเพียงอย่างเดียว เว็บใหม่ที่มีเนื้อหาตรงคำถามและเป็นข้อมูลจากการทดสอบจริงมีโอกาสถูกอ้างอิงได้ ซึ่งเราอธิบายเป็นแนวคิด First-hand Experience Signal ใน Indirect AI Signaling

ข้อค้นพบที่ 3: ChatGPT กับ AI Overview เป็นคนละสนาม

หลายคนวัดผลบนแพลตฟอร์มเดียวแล้วสรุปว่าแบรนด์ “ติด AI แล้ว” ข้อมูลจาก 3 แบรนด์ที่เราทดสอบแสดงว่าผลบนแพลตฟอร์มหนึ่งทำนายอีกแพลตฟอร์มไม่ได้เลย

กราฟ 2: อัตราที่แบรนด์ถูกพูดถึง แยกตามแพลตฟอร์ม

หน่วย: % ของรอบทดสอบ ปิดชื่อแบรนด์ทั้งหมด

Google AI Overview
ChatGPT

ร้านค้าปลีกไอที

97%

18%

แบรนด์น้ำตาล

0%

58%

แบรนด์อาหารเสริม

0%

6.7%

แบรนด์น้ำตาล: AI Overview คิดจากรอบที่มีกล่อง AI ขึ้น (30 รอบ) ChatGPT จาก 50 รอบ · อาหารเสริม: 60 รอบต่อแพลตฟอร์ม

ร้านค้าปลีกไอทีแข็งแรงมากใน AI Overview แต่แทบไม่มีตัวตนใน ChatGPT ส่วนแบรนด์น้ำตาลเป็นภาพกลับด้าน รายละเอียดอยู่ใน กรณีศึกษา Bing Webmaster Tools กับช่องว่างระหว่าง AI Overview และ ChatGPT และ AI แนะนำแบรนด์น้ำตาลไหน? เช็ค 100 รอบ

แหล่งข้อมูลที่แต่ละ AI ใช้ก็ต่างกัน ในเคสขาย Canva Template ChatGPT อ้างอิงเฉพาะเว็บ Canva ส่วน Gemini อ้างอิงเว็บต่างประเทศกับ Reddit เป็นหลัก และมีเว็บไทยเพียงเว็บเดียว ดูได้ใน อัปเดต 11 วัน: เทียบ ChatGPT กับ Gemini ข้อสรุปที่ใช้ได้จริงคือ ต้องวัดแยกแพลตฟอร์มเสมอ และเลือกลงแรงกับแพลตฟอร์มที่ลูกค้าของแบรนด์ใช้จริง

ข้อค้นพบที่ 4: ประเภทคำค้นมีผลมากกว่าชื่อเสียงแบรนด์

ตัวเลขรวมมักซ่อนช่องว่างที่ใหญ่ที่สุดไว้ แบรนด์น้ำตาลที่ ChatGPT พูดถึง 58% โดยรวม เมื่อแยกตามหัวข้อจะเห็นว่าเป็นค่าเฉลี่ยของ 100% กับ 0%

กราฟ 3: ChatGPT พูดถึงแบรนด์ แยกตามประเภทคำถาม

หน่วย: จำนวนรอบที่พูดถึงแบรนด์ จาก 10 รอบต่อหัวข้อ

แบรนด์น้ำตาล

น้ำตาลทรายแดง (ชื่อสินค้า)10/10
น้ำตาลกรวด (ชื่อสินค้า)10/10
น้ำตาลแบบไหนดีต่อสุขภาพ9/10
น้ำตาลเพื่อสุขภาพ0/10
น้ำตาลมะพร้าวยี่ห้อไหนดี0/10

แบรนด์อาหารเสริม (ชื่อสารสกัดเดียวกัน ต่างภาษา)

Pycnogenol (อังกฤษ)3/10
พิคโนจีนอล (ไทย)0/10

ในหมวดอาหารเสริม แบรนด์ถูกแนะนำเฉพาะเมื่อถามด้วยชื่อภาษาอังกฤษ ถามด้วยชื่อภาษาไทยได้ 0 และคำค้นกลุ่มที่มีคนค้นหามากที่สุด (ราว 75% ของปริมาณค้นหาที่ทดสอบ) แบรนด์ได้ 0 จาก 40 รอบ ดูข้อมูลเต็มได้ใน แบรนด์อาหารเสริม แต่ AI ไม่แนะนำ? เช็ค 120 รอบ

กลุ่มสินค้าไอทีก็ให้ภาพเดียวกัน ในการทดสอบ AI Recommendation Gap กับคำค้น iPhone 18 Pro คำถามเรื่องราคามีแต่แบรนด์ผู้ผลิตกับผู้ให้บริการเครือข่ายรายเดียวครบ 10/10 คำถามว่าซื้อที่ไหนคุ้มสุดมีร้านค้าปลีกรายหนึ่งโผล่ 4/10 ส่วนคำถามเรื่องผ่อนมีพันธมิตรด้านการเงินโผล่ทุกรอบ แบรนด์เดียวกันจึงมีสถานะคนละแบบในแต่ละชุดคำถาม

สำหรับแบรนด์ นี่คือเหตุผลที่ควรแยกชุดคำถามก่อนวัดผล อย่างน้อยเป็น 3 กลุ่ม คือคำชื่อสินค้า คำถามตัดสินใจ (ยี่ห้อไหนดี ซื้อที่ไหน) และคำถามตามเงื่อนไข (สุขภาพ ผ่อน งบประมาณ) และควรทดสอบทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ความยาวของคำถามก็มีผลเช่นกัน คนถาม ChatGPT ยาวกว่าค้น Google มาก ตามที่เราสรุปไว้ใน คนใช้ Google AIO ใช้คำค้นเดียวกับที่ถาม ChatGPT/Gemini มั้ย?

ข้อค้นพบที่ 5: AI Overview ไม่ขึ้นในที่ที่คิด และขึ้นในที่ที่ไม่คิด

ก่อนจะถามว่าแบรนด์อยู่ใน AI Overview หรือไม่ ต้องถามก่อนว่ากล่อง AI ขึ้นหรือไม่ ข้อมูลของเราพบว่าคำที่คนค้นหามากที่สุดบางคำไม่มีกล่อง AI เลย

กราฟ 4: อัตราที่กล่อง AI Overview แสดงผล แยกตามกลุ่มคำค้น

หน่วย: % ของรอบที่มีกล่อง AI ขึ้น

ชื่อสินค้าน้ำตาลที่คนค้นมากสุด 2 คำ (20 รอบ)0%
เทรนด์ใหม่ TH-AI Passport (20 รอบ)0%
คำเชิงสุขภาพหมวดน้ำตาล (30 รอบ)100%
สารสกัดอาหารเสริม (60 รอบ)100%
ราคา iPhone รุ่นใหม่หลังวางขาย (10 รอบ)100%

เรื่องที่คนมักเข้าใจผิดคือ คำถามสุขภาพและการเงิน (YMYL) จะไม่มี AI Overview เมื่อทดสอบคำถามอาการป่วยและคำถามความปลอดภัยของกองทุน forex กล่อง AI ยังขึ้นทั้งคู่ นโยบายที่ Google ระบุจริงคือตั้งเกณฑ์แหล่งข้อมูลที่เข้มขึ้นสำหรับหัวข้อเหล่านี้ ไม่ใช่การไม่แสดงผลเลย และหมวดนี้เป็นหมวดที่ข้อมูลผิดมีผลเสียสูงที่สุด ซึ่งเราเขียนเตือนไว้ใน ความน่ากลัวของ AI Overview, ChatGPT และ Gemini ที่ส่วนใหญ่ไม่รู้

กับเทรนด์ที่เพิ่งเกิด AI Overview มีพฤติกรรม 2 แบบ แบบแรกคือเงียบ ไม่แสดงกล่อง AI แล้วปล่อยให้ผลค้นหาปกติทำงาน เช่นใน เคส TH-AI Passport แบบที่สองคือตอบแต่ตีความผิด เช่นคำค้น DeepSearch AI ที่ผลค้นหาปกติเข้าใจเจตนาถูกภายใน 16 ชั่วโมง แต่ AI Overview ยังสับสนกับฟีเจอร์ Deep Research ของ ChatGPT และ Gemini นอกจากนี้ยังเคยพบว่ากล่อง AI หายไปจากคำค้นจอง iPhone รุ่นใหม่ที่เคยแสดงผลตลอด ทั้งที่ระบบของ Google ไม่ได้ขัดข้อง ซึ่งสอดคล้องกับที่ผู้บริหาร Google เคยอธิบายว่าจะหยุดแสดง AI Overview ในประเภทคำค้นที่คนไม่มีส่วนร่วม

ข้อค้นพบที่ 6: ถูกพูดถึง ถูกอ้างอิง และถูกแนะนำ ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน

เวลารายงานผล AI Visibility หลายครั้งจะรวมทุกอย่างเป็นตัวเลขเดียว ข้อมูลของเราแสดงว่าควรแยกอย่างน้อย 3 ขั้น เพราะตัวเลขแต่ละขั้นต่างกันมาก

กราฟ 5: ช่องว่างระหว่างการถูกพูดถึง อ้างอิง และแนะนำ (ChatGPT)

หน่วย: จำนวนรอบ

แบรนด์น้ำตาล (50 รอบ)

ชื่อแบรนด์อยู่ในคำตอบ29 รอบ
เว็บแบรนด์ถูกอ้างอิงเป็นแหล่งที่มา15 รอบ

แบรนด์อาหารเสริม (60 รอบ)

เว็บแบรนด์ถูกเปิดอ่านเป็นแหล่งข้อมูล5 รอบ
ในรอบเหล่านั้น แบรนด์ถูกแนะนำจริง2 รอบ

แบรนด์น้ำตาลถูกพูดถึงบ่อยกว่าที่เว็บของตัวเองถูกอ้างอิงเกือบเท่าตัว แปลว่า AI รู้จักชื่อแบรนด์จากแหล่งอื่นด้วย ส่วนแบรนด์อาหารเสริมเป็นอีกด้าน AI เปิดอ่านเว็บของแบรนด์ ดึงข้อมูลอย่างเลข อย. ไปใช้ แต่ไปแนะนำแบรนด์อื่น นอกจากนี้ในเคส Prompt หวย AI บทความของเราถูกอ้างอิงใน AI Overview แต่ข้อความคำตอบไม่เอ่ยชื่อ Rechargeland เลย

กรอบ 5 ขั้นที่เราใช้อธิบายเรื่องนี้คือ รู้จัก พูดถึง อ้างอิง พิจารณา และแนะนำ ตามที่อธิบายไว้ใน AI Recommendation Gap คืออะไร แบรนด์ที่ดูแค่ตัวเลขการถูกอ้างอิงอาจเข้าใจผิดว่าทำได้ดีแล้ว ทั้งที่ยังไม่ถึงขั้นที่ลูกค้าได้ยินชื่อแบรนด์เป็นคำแนะนำ

ข้อค้นพบที่ 7: AI Overview ให้น้ำหนักกับแหล่งที่รวมหลายแบรนด์

เมื่อคำค้นเป็นเรื่องสินค้า แหล่งที่ AI Overview อ้างอิงบ่อยที่สุดไม่ใช่เว็บของแบรนด์ แต่เป็น Marketplace ร้านค้าออนไลน์ และเว็บรีวิวจัดอันดับ

กราฟ 6: แหล่งที่ AI Overview อ้างอิงบ่อยที่สุด (หมวดอาหารเสริม)

หน่วย: % ของ 60 คำตอบที่มีแหล่งนั้นอยู่

Shopee50%
Lazada50%
ร้านอาหารเสริมออนไลน์ต่างประเทศ33%
เครือร้านสุขภาพและความงาม33%
เว็บรีวิวจัดอันดับสินค้า33%
Facebook17%
เว็บของแบรนด์ที่ทดสอบ0%

หมวดน้ำตาลก็คล้ายกัน ใน ChatGPT ร้านค้าปลีกและ Marketplace 3 รายถูกอ้างอิง 15, 13 และ 9 รอบ เทียบกับเว็บแบรนด์ที่ 15 รอบ ข้อมูลสินค้าบนหน้าร้านค้าจึงมีน้ำหนักพอๆ กับเว็บของแบรนด์เอง เรื่องนี้เชื่อมกับการที่ ChatGPT เริ่มแสดงการ์ดสินค้า ซึ่งเราอธิบายไว้ใน ร้านค้าที่โผล่ในคำตอบของ ChatGPT คือ Ads หรือไม่

สำหรับคำค้นที่ไม่ใช่สินค้า แหล่งที่เจอบ่อยในตลาดไทยคือ Facebook, Lemon8, Reddit, Quora และ YouTube ส่วน TikTok แทบไม่ถูกอ้างอิงเลย ทั้งที่คนไทยใช้งานมาก สาเหตุหลักเป็นเรื่องที่ AI อ่านเนื้อหาได้ยาก ดูเพิ่มใน ทำไม TikTok ถึงไม่ค่อยถูกอ้างอิงใน AI Overview เทียบกับ Lemon8 สมมติฐานว่า Pantip ทำหน้าที่เหมือน Reddit ในตลาดไทยยังมีข้อมูลรองรับน้อย ในเคสที่มีบันทึกครบ Pantip ติดอันดับ 3 organic แต่ไม่ถูกอ้างอิง

ข้อค้นพบที่ 8: คำตอบเปลี่ยนทุกรอบ แต่ตลาดไทยยังนิ่งกว่า

หลังบทความของเราติดอันดับ 1 และถูกอ้างอิงภายใน 9 ชั่วโมง เราทดสอบซ้ำ 10 รอบ พบว่าถูกอ้างอิงเพียง 4 รอบ การได้ตำแหน่งใน AI มาแล้วจึงไม่ได้แปลว่าจะอยู่ตรงนั้นตลอด

งานวิจัยต่างประเทศพบความผันผวนสูงกว่านี้มาก การศึกษาของ SparkToro ร่วมกับ Gumshoe.ai รันคำถามขอให้แนะนำแบรนด์รวม 2,961 ครั้ง และพบว่าโอกาสที่ ChatGPT หรือ AI ของ Google จะให้รายชื่อแบรนด์ชุดเดิมซ้ำมีน้อยกว่า 1 ใน 100 ตัวเลขนี้วัดว่า “รายชื่อทั้งชุดเหมือนเดิมหรือไม่” ซึ่งเข้มกว่าการวัดของเราที่ดูว่า “แบรนด์เดียวอยู่ในคำตอบหรือไม่” จึงเทียบตัวเลขกันตรงๆ ไม่ได้

ข้อมูล วัดอะไร ผล
SparkToro × Gumshoe.ai (ต่างประเทศ) รายชื่อแบรนด์ทั้งชุดซ้ำเดิม ซ้ำน้อยกว่า 1%
Rechargeland: บทความ ChatGPT หรือ Google เว็บเดียวอยู่ในแหล่งอ้างอิง 4 จาก 10 รอบ
Rechargeland: แบรนด์น้ำตาลบน Google ผล AI Overview ทั้งหน้า เหมือนกันเกือบทุกรอบ
Rechargeland: ราคา iPhone รุ่นใหม่ แบรนด์ที่ถูกพูดถึง ชุดเดิม 10 จาก 10 รอบ

สมมติฐานของทีมเราคือ ตลาดไทยยังมีเนื้อหาคุณภาพดีที่แข่งกันในแต่ละคำถามน้อยกว่า AI จึงมีตัวเลือกให้สลับน้อยกว่า ผลจึงนิ่งกว่า ข้อนี้มีข้อมูลภายนอกที่สอดคล้องกัน รายงานของ Search Engine Land ที่สรุปงานของ SparkToro ระบุว่าตลาดที่เล็กกว่าให้ผลที่นิ่งกว่า และหมวดที่มีตัวเลือกมากจะกระจายมากขึ้น แต่ตัวอย่างของเรายังเล็ก และเป็นคนละวิธีวัด จึงยังเป็นสมมติฐาน

อีกข้อที่งานของ SparkToro สรุปไว้และตรงกับวิธีของเรา คือการวัดว่าแบรนด์ปรากฏกี่เปอร์เซ็นต์ของคำตอบมีความหมายมากกว่าการดูว่าอยู่อันดับที่เท่าไร เหตุผลที่ยังไม่มีเครื่องมือวัดความผันผวนของ AI แบบเดียวกับที่วัด SERP อธิบายไว้ใน ทำไมคำตอบของ AI Overview ถึงเปลี่ยนทุกครั้ง

ข้อค้นพบที่ 9: ติด AI ไม่ได้แปลว่าได้คลิก และวัดผลได้ไม่ครบ

จากข้อมูล Google Search Console ของเว็บที่เราดูแล คำค้นหมวดบันเทิงกับหมวดสินค้าให้ผลต่างกันมาก แม้ทั้งสองหมวดจะถูกอ้างอิงใน AI Overview

กราฟ 7: CTR สูงสุดที่พบ และอัตราที่ปรากฏใน AI Overview

CTR จาก GSC · การปรากฏใน AI Overview จากการทดสอบ 10 รอบ

CTR สูงสุด
ปรากฏใน AI Overview

หมวดบันเทิง (เกม ภาพยนตร์ ซีรีส์)

~70%

8/10

หมวดสินค้า

~14%

5–7/10

หมวดสินค้าหลายคำมี CTR 0% แท่ง AI Overview หมวดสินค้าแสดงค่ากลางของช่วง 5–7

สมมติฐานของเราคือ สำหรับสินค้า AI Overview ตอบข้อมูลพื้นฐานไปแล้วจนคนไม่ต้องคลิก ส่วนหมวดบันเทิง AI ให้ข้อมูลได้น้อยกว่าเนื้อหาบนเว็บ คนจึงยังคลิกต่อ อ่านรายละเอียดได้ใน AI Overview ทำให้คนคลิกน้อยลงจริงมั้ย?

ปัญหาต่อมาคือการวัดผล รายงาน Generative AI ใน Search Console แสดงได้แค่ impression ระดับหน้าเว็บ ไม่บอกคำค้น ส่วน ChatGPT และ Gemini ไม่มีเครื่องมือแบบ Search Console ให้เจ้าของเว็บเลย และเมื่อลูกค้าเห็นชื่อแบรนด์ใน AI แล้วไปค้นชื่อแบรนด์เองภายหลัง ร่องรอยนั้นแยกไม่ออกจากช่องทางอื่น เราสรุปเรื่องนี้ไว้ใน AI Visibility กับ 3 จุดบอดของการวัดผล และ ทำไม GSC ไม่บอก Keyword ใน AI Overview แต่ Bing บอก

ข้อค้นพบที่ 10: ความดังบนโซเชียลไม่ย้ายไปอยู่ในคำตอบ AI เอง

แบรนด์อาหารเสริมที่เราทดสอบเป็นที่รู้จักกว้างขวางในวงการสุขภาพและความงาม แต่ AI แนะนำเพียง 4 จาก 120 ครั้ง อยู่อันดับ 22 จาก 42 แบรนด์ที่ AI เอ่ยชื่อ ขณะที่แบรนด์นำเข้าอันดับ 1 ถูกเอ่ยชื่อมากกว่าราว 9 เท่า ความเป็นที่รู้จักของแบรนด์นี้มาจากโซเชียลมีเดียเป็นหลัก ซึ่งเป็นช่องทางที่ AI อ่านได้ไม่ครบ

ในทางกลับกัน เราพบแบรนด์ที่ไม่เคยสร้าง backlink เลยแต่ AI แนะนำสม่ำเสมอ สิ่งที่แบรนด์เหล่านี้มีร่วมกันคือการถูกพูดถึงบนเว็บอื่นมานาน ผลงานที่ตรวจสอบได้ และมาตรฐานรับรอง ซึ่งตรงกับงานวิจัยต่างประเทศที่พบว่า brand mention สัมพันธ์กับการถูก AI พูดถึงมากกว่า backlink อ่านต่อได้ใน Indirect AI Signaling: สัญญาณทางอ้อมที่ AI อาจใช้นอกเหนือจาก Brand Mention และ Backlink

ข้อควรระวังคือ สัญญาณนี้ถูกใช้ในทางที่ผิดได้ เช่นการจ่ายเงินปั่นการพูดถึงบนเว็บที่ไม่มีคนดูแล AI ยังแยกไม่ออกว่าเนื้อหาไหนเขียนจากประสบการณ์จริง แบรนด์ที่สร้างการพูดถึงควรทำอย่างเปิดเผยและมีข้อมูลจริงรองรับ

ภาพรวม: ตลาดไทยอยู่ตรงไหนในปี 2026

ถ้าเอา 10 ข้อมารวมกัน ภาพที่เห็นคือ AI Search ในไทยยังอยู่ในช่วงที่ตำแหน่งในคำตอบยังไม่มีเจ้าของชัดเจนในหลายหมวด ตัวอย่างที่ชัดคือคำค้นเทรนด์ใหม่ในหมวดอาหารเสริม ที่ ChatGPT กระจายคำแนะนำไป 11 แบรนด์ใน 10 รอบ ไม่มีแบรนด์ไหนครอง ต่างจากคำค้นสารสกัดยอดนิยมที่มีแบรนด์หนึ่งถูกแนะนำ 26 จาก 40 รอบ

อีกตัวอย่างคือช่วงก่อนเปิดตัว iPhone รุ่นใหม่ ร้านค้าปลีกที่เป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการแทบไม่ปรากฏในคำตอบของทั้ง AI Overview และ ChatGPT เว็บที่ถูกอ้างอิงกลับเป็นเว็บข่าวไอทีและเว็บขนาดเล็ก ดูได้ใน ซีรีส์ iPhone 18 ใน Google Trends

สมมติฐานของเราคือ ช่วงนี้แบรนด์ไทยที่เริ่มก่อนยังใช้แรงน้อยกว่าในการเข้าไปอยู่ในคำตอบ เมื่อคู่แข่งเริ่มทำมากขึ้น ความผันผวนน่าจะสูงขึ้นแบบที่เห็นในตลาดต่างประเทศ และการเข้าไปจะยากขึ้น ข้อนี้เป็นการคาดการณ์จากข้อมูลที่มี ยังไม่ได้พิสูจน์

ถ้าอยากเข้าใจคำศัพท์ที่ใช้ในรายงานนี้ เช่น GEO, AEO, AI Visibility และ Brand Mention เราสรุปไว้ใน GEO, AEO, AIEO, AI SEO ต่างกันยังไง

ข้อจำกัดของรายงานนี้

รายงานนี้รวมผลจากหลายเคสที่ทดสอบต่างวัน ต่างคำค้น และต่างจำนวนรอบ (8–20 รอบต่อคำ) จึงไม่ใช่การศึกษาขนาดใหญ่ที่ควบคุมตัวแปรครบ ตัวเลขของแต่ละเคสเป็นภาพ ณ วันที่ทดสอบ และคำตอบของ AI เปลี่ยนได้ตลอด

การทดสอบแบบ Incognito ให้ค่ากลางที่ทำซ้ำได้ แต่ผู้ใช้ที่ login อาจเห็นผลต่างไปตามประวัติการใช้งาน แบรนด์ลูกค้าทุกรายถูกปิดชื่อ และบางเคสไม่เปิดเผยคำค้นเฉพาะ

คำอธิบายสาเหตุในรายงานเป็นสมมติฐานของทีม ไม่ใช่ข้อสรุปที่ Google หรือ OpenAI ยืนยัน และผลของแต่ละอุตสาหกรรมไม่ควรนำไปใช้สรุปกับทุกแบรนด์

Rechargeland ให้บริการ GEO และ AI Visibility (ดู บทความเปิดตัวบริการ) จึงมีส่วนได้เสียกับหัวข้อนี้ ผู้อ่านควรพิจารณาประกอบ

คำถามที่พบบ่อย

AI Visibility คืออะไร และวัดอย่างไร?

AI Visibility คือการที่แบรนด์ถูกพูดถึง ถูกอ้างอิง หรือถูกแนะนำในคำตอบของ AI เช่น Google AI Overview, ChatGPT และ Gemini วิธีวัดที่ใช้ได้จริงคือถามคำถามเดิมซ้ำหลายรอบแบบ Incognito แล้วนับว่าแบรนด์ปรากฏกี่เปอร์เซ็นต์ของคำตอบ แยกแต่ละแพลตฟอร์มและแต่ละประเภทคำถาม

ติดหน้าแรก Google แล้วจะถูก AI Overview อ้างอิงไหม?

ไม่เสมอไป ในข้อมูลของเรา เว็บอันดับ 2 และ 3 ถูกข้าม ขณะที่เว็บอันดับ 6 ถึง 9 และเว็บที่ไม่ติดหน้า 1 ถึง 5 ถูกอ้างอิง การติดหน้าแรกช่วยเพิ่มโอกาส แต่ไม่ใช่เงื่อนไขที่ต้องมี

เว็บใหม่หรือเว็บที่ DR ต่ำติด AI Overview ได้ไหม?

ได้ บทความของ Rechargeland ซึ่งมี DR ประมาณ 15 และไม่มี backlink ถูกอ้างอิงใน AI Overview ภายใน 9 ถึง 12 ชั่วโมงในหลายเคส แต่บางบทความที่ติดอันดับ 2 ก็ยังไม่ถูกอ้างอิงหลังผ่านไป 3 วัน ความเร็วจึงขึ้นกับคำค้นและการแข่งขันด้วย

ทำไมต้องทดสอบซ้ำหลายรอบ?

เพราะคำตอบของ AI เปลี่ยนได้ทุกครั้งที่ถาม บทความที่ถูกอ้างอิงแล้วยังปรากฏเพียง 4 จาก 10 รอบในการทดสอบซ้ำ การดูผลครั้งเดียวจึงอาจได้ภาพที่ไม่ตรงกับความจริง การนับเปอร์เซ็นต์จากหลายรอบให้ภาพที่เชื่อถือได้มากกว่า

แบรนด์ไทยควรเริ่มทำ AI Visibility จากตรงไหน?

เริ่มจากวัดสถานะปัจจุบันก่อน เลือกคำค้น 5 ถึง 6 คำแยกตามประเภทคำถาม ทดสอบคำละ 10 รอบบน Google และ ChatGPT บันทึกว่าแบรนด์ถูกพูดถึง ถูกอ้างอิง และใครปรากฏแทน แล้วดูว่าแหล่งที่ AI ใช้บ่อยมีข้อมูลของแบรนด์ครบหรือไม่

อ่านเคสอื่นๆ ในซีรีส์ AI Research

แหล่งอ้างอิง

TJ

Thanacharn J.

20+ ปีในสาย SEO / PPC / Social Marketing โฟกัสงานวิจัยด้าน GEO และ Zero-Click Threat

Thanacharn
Thanacharnhttps://rechargeland.com/article
มีความสนใจเกี่ยวกับ AI และอยู่ในบริษัทที่พัฒนาโปรแกรม ระบบ ERP อุปกรณ์ที่สร้างขึ้นเพื่อเชื่อมกับ AI รวมถึง AI Video ให้ความสนใจเกี่ยวกับเรื่อง GEO (Generative Engine Optimization) และ การมาของ Zero Click Threat ในยุค AI เป็นพิเศษ โดยมีพื้นฐานความรู้มาจากทำการตลาดออนไลน์ SEO, PPC, Social Media Marketing ด้วยประสบการณ์มากกว่า 20 ปี
RELATED ARTICLES
- Advertisment -

Most Popular

Recent Comments