ก่อนจ้างรับทำ GEO ต้องรู้อะไร? คนทำจริงเล่า งาน ราคา และวิธีวัดผล
26 ตุลาคม 2569 · Knowledge · อ่านประมาณ 14 นาที
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
GEO (Generative Engine Optimization) คือการทำให้ Google AI Overview, ChatGPT และ Gemini รู้จัก เชื่อ และหยิบชื่อแบรนด์ไปแนะนำในคำตอบ ก่อนจ้างรับทำ GEO ควรเช็ก 6 เรื่องนี้
- เอเจนซี่ทดสอบให้ดูก่อนไหมว่าตอนนี้ AI พูดถึงแบรนด์คุณกี่ % และคู่แข่งอยู่ตรงไหน
- วัดผลแบบไม่ login และทดสอบซ้ำหลายรอบ หรือดูแค่ครั้งเดียว
- บอกระยะเวลาตามความยากของคีย์เวิร์ด หรือ “การันตีติดใน X วัน” (อย่างหลังควรระวัง)
- ราคาและสิ่งที่รวมในแพ็กเกจเปิดเผยชัดไหม (ตลาดไทยตอนนี้อยู่ราว 50,000–400,000 บาทต่อเดือน สำหรับงานที่ทำทั้งบนเว็บและนอกเว็บ)
- มีเว็บของตัวเองไว้ทดสอบ หรือเอาเว็บลูกค้าเป็นสนามทดลอง
- สัญญาขั้นต่ำสมเหตุสมผลไหม งานที่ต้องสร้างความเชื่อใจใหม่มักใช้ 6 เดือนขึ้นไป
ถ้าค้นคำว่า “รับทำ GEO” ตอนนี้ จะเจอหน้าขายบริการกับบทความรวม 10 เอเจนซี่เป็นส่วนใหญ่ แต่แทบไม่มีใครเล่าว่าหลังเซ็นสัญญาแล้ว งานจริงทำอะไร วัดผลยังไง และอะไรที่ทำแล้วไม่ได้ผล บทความนี้เขียนจากงานที่ทีม Rechargeland ทำจริงกับลูกค้าหลายอุตสาหกรรม และจากการทดสอบบนเว็บของเราเองกว่า 40 เคส ใครยังไม่แน่ใจว่า GEO ต่างจาก AEO หรือ AI SEO อย่างไร อ่านพื้นฐานก่อนได้ที่ GEO, AEO, AIEO, AI SEO ต่างกันยังไง
คนเขียนเป็นใคร และทำไมประสบการณ์ SEO ยังใช้ได้ทั้งหมดใน GEO
ผู้เขียนเริ่มทำ SEO ตั้งแต่ปี 2008 จากงาน Affiliate Marketing เจ้าแรกคือ CJ.com ลองผิดลองถูกมาเยอะมาก จนสุดท้ายมาขายตั๋ว Six Flags และ Mega Bus ผ่าน SEO ได้รายได้ราว 500,000–1,000,000 บาทต่อเดือน จากนั้นรับทำ SEO ให้ร้านค้าอื่นบน CJ.com และ Linkshare ก่อนเปิดบริษัทในไทยปี 2011 ลูกค้า SEO รายแรกคือ TQM
คำถามที่ได้บ่อยคือ ประสบการณ์ SEO เก่ายังใช้ได้ไหมในยุค AI คำตอบคือใช้ได้หมด ไม่มีส่วนไหนทิ้ง ตั้งแต่การวิเคราะห์เว็บไซต์ไปจนถึงการหาคีย์เวิร์ด สิ่งที่เปลี่ยนคือ “คีย์เวิร์ด” วันนี้กลายเป็น “Prompt” ที่คนพิมพ์ถาม AI ซึ่งยาวและเฉพาะเจาะจงกว่าเดิม
ตอนนี้งาน GEO ของทีมส่วนใหญ่เป็น E-commerce รองลงมาคือ Beauty, Gadget, B2B และการเงินกับประกัน ซึ่งกลุ่มหลังยากที่สุด เพราะ AI ตั้งเกณฑ์ความน่าเชื่อถือกับเรื่องเงินสูงกว่าหมวดอื่น
ทำไม Rechargeland เปลี่ยนจากเว็บเติมเกมมาทำ GEO
การเติมเกมเป็น passion ตั้งแต่เด็ก แต่พอทำธุรกิจจริง margin บางมาก แข่งกันที่ราคา และทั้งตลาดต้องพึ่ง API จาก Portal เจ้าเดียว ปัญหาจุกจิกเยอะจนไม่คุ้ม เหมือนสมัยที่ทำ Lazada Affiliate จนค่าคอมสูงสุดเกือบ 2 ล้านบาทต่อเดือนในปี 2017 แล้วเงื่อนไขถูกเปลี่ยนเป็นจ่ายเฉพาะลูกค้าใหม่ ตอนนั้นผู้เขียนเคยถามกลับไปว่า ถ้า SEO ทำให้ลูกค้าเก่ากลับมาซื้อได้ ก็ควรนับเป็นลูกค้าด้วยหรือเปล่า บทเรียนคือ ธุรกิจที่ฝากชีวิตไว้กับแพลตฟอร์มเดียวควบคุมอะไรไม่ได้ จึงเลือกทำสิ่งที่ถนัดที่สุดคือ SEO และ GEO ส่วนเว็บ /article เดิมยังเก็บไว้เป็นเว็บทดสอบ ดูรายละเอียดได้ในประกาศเปิดบริการ GEO และ AI Visibility Tool
จ้างรับทำ GEO แล้ว งานจริงทำอะไรบ้าง
ขั้นตอนจริงที่ทีมใช้ ตั้งแต่ก่อนเซ็นจนถึงรายงานรอบแรก
| ช่วง | สิ่งที่ทำ |
|---|---|
| ก่อนจ้าง | ทำ AI Visibility Test ให้ฟรี ชี้ว่าตอนนี้ AI พูดถึงแบรนด์กี่ % คู่แข่งอยู่ตรงไหน และแบรนด์ขาดอะไร |
| สัปดาห์แรก | ปรับเว็บไซต์ให้ AI อ่านง่าย ลูกค้าเกิน 99% ที่เจอมีเว็บที่ยังไม่ Friendly กับ AI และส่วนใหญ่คิดว่าตัวเอง Friendly แล้ว พร้อมบอกแผนงานถัดไป |
| ประชุมเรียนรู้สินค้า | นัดเจอที่บริษัทลูกค้า เจาะลึกว่าสินค้าหรือบริการดีกว่าคู่แข่งตรงไหน หลายครั้งของดีกว่าจริง แต่ไม่เคยถูกเขียนออกมาให้ AI เรียนรู้เลย |
| กำหนด Hero Prompt | ใช้ข้อมูลจากการประชุมกำหนดคีย์เวิร์ดและ Prompt หลัก แล้ว Optimize เว็บให้ตรงขึ้น |
| ลงมือ | งานบนเว็บ (On-Page) คู่กับงานนอกเว็บ (Off-Page / AI Visibility Seeding) ให้ข้อมูลทุกแหล่งพูดตรงกัน |
| ทุก 2 สัปดาห์ | วัดผลซ้ำด้วยชุดคำถามเดิม รายงานว่า AI แนะนำแบรนด์กี่ % อยู่อันดับเท่าไร |
5 จังหวะการซื้อ (Buying Journey) ไม่ใช่ความลับ มันคือพฤติกรรมคนทั่วไป บางคนรู้ว่าอยากซื้ออะไรแต่ไม่แน่ใจว่าแบรนด์ไหนดี บางคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีสินค้าที่แก้ปัญหาของตัวเองได้ งานที่ยากคือการรู้ว่ากลุ่มลูกค้าของแบรนด์อยู่จังหวะไหน และพิมพ์ถาม AI หรือ Google ด้วยคำแบบไหน แล้ววางเนื้อหาให้ตรงจังหวะนั้น
On-Page กับ Off-Page ต้องแบ่งกี่ %
นี่คือคำถามที่ผู้บริหารถามมากที่สุด เพราะต้องการตัวเลขชัดเพื่อประเมินงบ แต่ตอบตรงๆ คือไม่มีสูตรสำเร็จแบบ On-Page 80 Off-Page 20 สัดส่วนขึ้นกับความเร่งด่วนของแคมเปญ ความยากของคีย์เวิร์ด จำนวนคู่แข่ง และจำนวนสินค้าแบบเดียวกันในตลาด ทั้งหมดนี้อ่านออกได้จาก AI Visibility Test ก่อนเริ่มงาน ใครที่ให้ตัวเลขตายตัวโดยยังไม่ได้ทดสอบ ควรถามกลับว่าตัวเลขนั้นมาจากไหน
T ตัวที่ 5: เปิดราคาและเงื่อนไข แล้ว AI กล้าแนะนำ
ผู้เขียนสอนกรอบคิด E-E-A-T-T คือ E-E-A-T ของ Google บวก T ที่ 5 คือ Transparency เปิดเผยราคา เงื่อนไข และข้อจำกัดตรงๆ ทั้งบนเว็บตัวเองและช่องทางที่แบรนด์โพสต์เอง เพราะ AI จะกล้าใช้คำตอบที่มีข้อมูลชัด ตัวอย่างจากงานจริง
- ร้านค้าปลีก IT รายใหญ่: เมื่อเปิดราคาบนเว็บ แล้วทำ Seeding ภายนอกให้ตรงกับราคาที่เปิด AI หยิบไปตอบภายในไม่ถึง 4 วัน
- ลูกค้าที่ระบุราคาตายตัวไม่ได้ และแก้ปัญหาบางอย่างบนเว็บไม่ได้: ทีมเพิ่มเรื่อง Trust และ Expertise บนหน้าเว็บ และให้ลูกค้าเปิดเป็นช่วงราคา (Range) แทน ผลคือติดคำค้นกลุ่ม “ชื่อสินค้า + ราคา” ภายใน 1 สัปดาห์ ทั้งใน Google AI Overview, ChatGPT และ Gemini
ข้อมูลไม่ตรงกัน = AI ไม่พูดถึงเลย
เว็บเจ้าของสินค้าถูก AI อ้างเป็นลิงก์น้อยมาก แต่ทำหน้าที่เป็นฐานข้อมูลแกนหลักที่ AI เก็บไว้เทียบ ถ้าเว็บบอกว่าราคา 1,000 บาท แต่ในชุมชนออนไลน์มีคนบอกว่าจ่ายจริง 1,200 บาท พร้อมถ่ายสลิปให้ดู ความน่าเชื่อถือจะหายไปทันที จากที่วัดมา AI จะไม่หยิบแบรนด์นั้นมาพูดถึงเลย ความสอดคล้องของข้อมูลทุกแหล่งจึงสำคัญกว่าการปั้นคำโฆษณา
Google AI Overview กับ ChatGPT ต้องทำต่างกันยังไง
AI Overview ขึ้นเร็วมาก สันนิษฐานว่าเพราะ Google เป็นเจ้าของข้อมูลและเก็บข้อมูลเว็บทุกวันอยู่แล้ว ส่วน ChatGPT ใช้ข้อมูลจาก Bing เป็นหลัก ซึ่งมีข้อมูลน้อยกว่า Google การจะไปแสดงใน ChatGPT จึงช้ากว่าค่อนข้างมาก ถึงส่งเว็บผ่าน Bing Webmaster Tools แล้วจะขึ้นใน Bing Search เร็ว แต่ใน ChatGPT ยังช้าอยู่ สังเกตได้ว่า Bing ต้องทำ IndexNow ให้เว็บส่ง URL เข้ามาเองอัตโนมัติ ก็เพราะข้อมูลมีน้อยกว่าจริง
ในทางปฏิบัติ งานฝั่ง ChatGPT จึงต้องพึ่งสิ่งที่ “เว็บอื่นเขียนถึงแบรนด์” มากกว่าฝั่ง Google อ่านการทดลองเต็มได้ที่ ทดสอบ Bing Webmaster Tools เร่งการมองเห็นใน ChatGPT และ ChatGPT ใช้ Bing ไม่ใช่ Google
เคสจริง ตัวเลขจริง
| เคส | ผล | ระยะเวลา |
|---|---|---|
| เครือข่ายร้านค้าปลีก Apple ช่วง iPhone 18 เปิดตัว คำค้นกลุ่มเทิร์นเครื่องและเลือกร้าน | ChatGPT เอ่ยชื่อแบรนด์จาก 13% เป็นอย่างน้อย 8/10 รอบ, Google AI Overview จาก 97% เป็น 10/10 รอบ | 2 สัปดาห์ |
| บทความ Rechargeland คำค้นรายได้จากขายเทมเพลต Canva (เว็บ DR15) | อันดับ 2 และถูกอ้างใน AI Overview คู่กับ Sellfy.com (DR81) โดยไม่มี backlink | ประมาณ 12 ชั่วโมง |
| ร้านค้าปลีก IT เปิดราคาบนเว็บ + Seeding ให้ตรงกัน | AI หยิบไปตอบ | ไม่ถึง 4 วัน |
| ลูกค้าที่เปิดช่วงราคาแทนราคาตายตัว | ติดคำ “สินค้า + ราคา” ใน AI Overview, ChatGPT, Gemini | 1 สัปดาห์ |
รายละเอียดเคสร้านค้าปลีก Apple อ่านได้ที่ผลงาน: ให้ AI แนะนำร้าน Apple ใน 2 สัปดาห์ ส่วนเคส Canva อ่านได้ที่ ทดสอบคีย์เวิร์ด Canva ติดอันดับและ AI Overview ใน 12 ชั่วโมง
บทเรียนจากเคส DR ต่ำชนะ DR สูง ข้อแรก DR (Domain Rating) เป็นคะแนนที่ Ahrefs คำนวณเอง ไม่ใช่คะแนนที่ Google ให้ ข้อสอง คนในวงการพูดกันว่าอันดับ SEO กับการถูก AI อ้างอิงเป็นคนละ algorithm ตอนแรกผู้เขียนไม่เชื่อ จนเห็นเองว่า content หลายชิ้นไม่ติดหน้า 1 หรือติดแต่ไม่ใช่อันดับ 1 กลับได้ citation และ brand mention มากกว่าเว็บที่อันดับสูงกว่า ดูข้อมูลเพิ่มใน ความเชื่อว่า AI Overview ดึงแค่ 10 อันดับแรก
เคสที่ช้ากว่าที่คิด
เนื้อหา evergreen ที่มีเจ้าตลาดอยู่แล้วและมีข้อเท็จจริงอ้างอิงได้ชัด เช่น “iPhone ใครเป็นผู้ผลิต” ได้ผลช้าที่สุด การจะเบียดขึ้นไปต้องมีเนื้อหาดีมาก มีหลักฐานมากกว่าเว็บที่อยู่ตรงนั้น หรือมีมุมที่ต่างออกไป เช่น จากมุมบวกเป็นมุมลบ และต้องเป็นเรื่องจริงด้วย ซึ่งก็วนกลับมาที่ E-E-A-T
ถามเอเจนซี่ให้ชัด: คุณมีเว็บทดสอบของตัวเองไหม
Rechargeland เป็นเว็บทดสอบ GEO หลักของทีม เราทำเนื้อหาหลากหลายเพื่อดูว่าจะติดคำไหน ด้วยวิธีไหน แล้วค่อยนำวิธีที่พิสูจน์แล้วไปใช้กับลูกค้า ผลการทดสอบทั้งหมดสรุปไว้ใน AI Visibility ตลาดไทย 2026: ผลทดสอบจริง 40+ เคส
ถ้าเอเจนซี่ไม่มีเว็บทดสอบเลย คำถามคือจะทดสอบกับใคร คำตอบที่เจอบ่อยคือกับเว็บลูกค้า ทีละราย ลูกค้ากลายเป็นหนูทดลอง และที่เจ็บกว่าคือจ่ายเงินเองด้วย หลายที่คนที่มานำเสนอคือเซลล์ ส่วนคนทำงานหลังบ้านทำตามหนังสือ ตาม Forum หรือคอร์สที่ซื้อมา ก่อนจ้าง ขอให้เอเจนซี่เปิดเคสที่ทดสอบบนเว็บตัวเองให้ดู ถ้าไม่มี ให้ถือเป็นสัญญาณเตือน
วัดผล GEO ยังไงให้เชื่อได้
- ไม่ login ChatGPT และ Google ตอนวัด ค่าที่ได้จะเป็นค่ากลางที่สุด ไม่มีประวัติและความชอบส่วนตัวของผู้ใช้ปน เพราะผลจะเปลี่ยนทันทีเมื่อ login
- ทดสอบคำเดิมซ้ำหลายรอบ คำตอบ AI เปลี่ยนได้ทุกครั้งที่ถาม จึงรายงานเป็นจำนวนรอบ เช่น 8 จาก 10 รอบ ไม่ใช่ภาพหน้าจอครั้งเดียว อ่านเหตุผลใน ทำไมคำตอบ AI Overview เปลี่ยนทุกครั้ง
- ระวังเครื่องมือที่ไม่ได้วัดสด เว็บ AI Visibility หลายเจ้าเอาข้อมูลหลายเว็บในอุตสาหกรรมเดียวกันมารวม แล้วคาดการณ์ว่าแบรนด์น่าจะถูกพูดถึงกี่ครั้ง เป็นค่าความน่าจะเป็น ไม่ใช่การถามสดด้วยคำถามของลูกค้าคุณ ดูการเปรียบเทียบใน รีวิวเครื่องมือ AI Visibility
รายงานที่ลูกค้าได้ทุก 2 สัปดาห์ บอกว่าคีย์เวิร์ดหรือ Prompt ที่ตกลงกันตั้งแต่ต้น ตอนนี้ AI แนะนำแบรนด์กี่ % อยู่อันดับเท่าไร แล้วเทียบกับข้อมูล Generative AI ใน Google Search Console และ AI Performance ใน Bing Webmaster Tools รายละเอียดวิธีวัดดูได้ที่วิธีวัด AI Visibility ของ Rechargeland
ตั้ง KPI แบบไหน และอะไรที่วัดยาก
| KPI | ตั้งได้ไหม และข้อควรรู้ |
|---|---|
| Impression / Mention | ตั้งได้ บางแบรนด์ต้องการให้คนรู้ว่ามีตัวตน แบบเดียวกับที่ยังยิง Banner Ads ทั้งที่ CTR ต่ำมาก |
| Citation | ตั้งได้ แต่แยกคลิกยาก ถ้าเว็บติดอันดับ 1 และถูกอ้างใน AI Overview พร้อมกัน จะไม่รู้ว่าคลิกมาจาก AI Overview หรือจากผลค้นหาปกติ |
| Conversion | ทุกคนอยากได้ แต่วัดยากที่สุด เช่น เห็น ChatGPT แนะนำ แล้วไปค้นชื่อแบรนด์ใน Google ก่อนทัก LINE หรือสั่งซื้อ เส้นทางนี้แทบไม่ทิ้งร่องรอย ยิ่งแบรนด์ที่ทำการตลาดหลายช่องทางยิ่งแยกไม่ออก ยังเป็น pain point หลักของงาน GEO ทั้งวงการ |
3 ความเชื่อผิดที่เจอบ่อย (บางทีมาจากเอเจนซี่เอง)
- “ต้องติดอันดับ 1–5 ก่อน AI ถึงจะแนะนำแบรนด์” ผู้เขียนเคยได้ยินจากเอเจนซี่ในห้องประชุมจริง จากเคสด้านบน เว็บที่ไม่ได้อันดับต้นก็ถูกอ้างได้
- “ค้นชื่อแบรนด์ตัวเองแล้วคลิกเยอะๆ อันดับจะดีขึ้น” ไม่ใช่วิธีที่ได้ผล
- “ยิง Google Ads เยอะๆ แล้วอันดับ SEO จะดีขึ้น” ข้อนี้มีเหตุผลทางอ้อม คือคนเห็นโฆษณา คลิกเข้ามาอ่าน ชอบแล้วนำไปแชร์ ได้ brand mention หรือ backlink ตามมา อันดับจึงอาจดีขึ้น แต่ไม่ใช่เพราะจ่ายค่าโฆษณาโดยตรง
“การันตีติด AI ใน X วัน” เชื่อได้ไหม
ไม่ควรเชื่อ คำถามแรกที่ต้องถามคือ เอเจนซี่รู้หรือยังว่าคีย์เวิร์ดนั้นมีคู่แข่งกี่ราย และคู่แข่งมีอะไร ถ้าเว็บ blogspot ใหม่ๆ จะไปสู้กับ CNN.com จะกำหนดวันได้อย่างไร การเคลมแบบนี้คือกับดัก ที่ถูกคือทำ AI Visibility Test และวิเคราะห์ก่อน แล้วบอกตรงๆ ว่ายาก ง่าย หรือน่าจะใช้เวลาประมาณเท่าไร ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหลักเดือน เคสที่เร็วระดับชั่วโมงหรือวันในตารางด้านบนเป็นคำค้นที่คู่แข่งน้อยหรือแบรนด์มีข้อมูลพร้อมอยู่แล้ว ไม่ใช่สิ่งที่การันตีได้กับทุกคำ
GEO แทน SEO ได้ไหม
มุมของผู้เขียนคือเสริมกัน ถ้าติด SEO แปลว่ามีเว็บที่ Google และ ChatGPT ใช้อ้างอิงเป็นลิงก์ได้ ถ้าทำ GEO ดีตามหลัก E-E-A-T เว็บก็มีโอกาสขึ้น 10 อันดับแรกอยู่แล้ว และยังมีคนคลิก แม้จะน้อยกว่าสมัยก่อน การแยกงบเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งจึงไม่ใช่โจทย์ที่ถูก
ใครยังไม่ควรจ้าง และลูกค้าต้องเตรียมอะไร
ยังไม่ควรจ้าง: ธุรกิจที่ยังไม่มีเว็บของตัวเอง หรือมีเว็บที่ยังไม่ได้ปรับปรุงแก้ไข เพราะเว็บคือฐานข้อมูลแกนหลักที่ AI ใช้เทียบ ควรเริ่มจากทำเว็บไซต์ที่ AI อ่านง่ายก่อน
ลูกค้าต้องเตรียม:
- ข้อมูลสินค้าทั้งหมด ทั้งมาตรฐาน ใบรับรอง ข้อดี และข้อเสียตามความเป็นจริง ไม่โกหก
- อนุมัติ content และการแก้เว็บให้เร็วที่สุด เนื้อหาบางประเภทเป็นเทรนด์ ต้องรีบลงให้ทันคู่แข่ง
- ไม่ยัดชื่อแบรนด์หรือคีย์เวิร์ดซ้ำๆ (Keyword Stuffing) งานวิจัย GEO ของ Princeton และทีมพบว่าการยัดคีย์เวิร์ดไม่ช่วยเพิ่มการมองเห็นใน AI และบางระบบกลับทำให้แย่ลง
ราคารับทำ GEO และสิ่งที่รวมในแพ็กเกจ
ตามหลัก Transparency ที่พูดไว้ข้างบน นี่คือราคาของ Rechargeland แบบเปิดเผย
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| ช่วงราคา | 50,000–400,000 บาทต่อเดือน ขึ้นกับจำนวนคีย์เวิร์ดหรือ Prompt ที่ต้องการครอบคลุม |
| แพ็กเกจ 50,000 บาทขึ้นไป | วัดด้วย AI Visibility Tool ฟรี 2 ครั้งต่อเดือน บางแพ็กเกจรวมการแก้ไขและปรับปรุงเว็บ รวมถึงออกแบบหน้าใหม่ให้ AI Friendly |
| แพ็กเกจ 250,000–400,000 บาท | รวมทุกอย่าง (content, seeding และงานที่เกี่ยวข้อง) วัดด้วย AI Visibility Tool ฟรี 4 ครั้งต่อเดือน |
| สัญญาขั้นต่ำ | 6 เดือนขึ้นไป เว็บที่ไม่เคยทำ SEO ต้องปั้นใหม่ให้ Google เชื่อใจ รอให้ AI เรียนรู้สิ่งที่เผยแพร่ และแก้เสียงจากภายนอก (Outsider Voice) ทำแค่ 1 เดือนมักไม่เห็นผลหรือเห็นน้อยมาก |
| AI Visibility Tool แยกขาย | ขายแยกเฉพาะคนที่ไม่ได้ใช้บริการ GEO กับเรา |
GEO เชื่อมกับบริการอื่นของ Rechargeland ยังไง
งาน GEO ที่ได้ผลระยะยาวมักพาไปเจอโจทย์อื่นของธุรกิจ เพราะ AI ตัดสินจากข้อมูลทั้งหมดของแบรนด์ ไม่ใช่แค่บทความ
GEO & AI Visibility →
ทดสอบฟรีว่า AI แนะนำแบรนด์คุณหรือยัง แล้ววางแผนปิดช่องว่างทั้งบนเว็บและนอกเว็บ
Website →
เว็บเกือบทุกเว็บที่เจอยังไม่ AI Friendly ทำเว็บใหม่หรือปรับโครงสร้าง ให้ AI อ่านข้อมูลสินค้า ราคา และเงื่อนไขได้ชัด
AI Solution →
เครื่องมือ Python + AI หาความต้องการในตลาดและเฝ้าดูว่าใครพูดถึงแบรนด์อย่างไร รวมถึง AI LINE Chat ที่ตอบลูกค้าด้วยข้อมูลชุดเดียวกับที่ AI แนะนำ เมื่อคนเห็นแบรนด์ใน AI แล้วทัก LINE จะได้คำตอบที่ตรงกัน
ERP System →
ราคาและสต็อกจากแหล่งเดียว เว็บ หน้าร้าน และทุกช่องทางแสดงข้อมูลตรงกัน ลดปัญหาข้อมูลขัดกันที่ทำให้ AI เลิกพูดถึงแบรนด์
เช็กลิสต์ 8 คำถาม ถามเอเจนซี่ก่อนเซ็น
- ทดสอบให้ดูก่อนได้ไหมว่าตอนนี้ AI พูดถึงแบรนด์เรากี่ % เทียบกับคู่แข่ง
- วัดผลแบบไม่ login และทดสอบซ้ำกี่รอบต่อคำ
- ตัวเลขในรายงานมาจากการถามสด หรือจากการคาดการณ์ของเครื่องมือ
- มีเคสที่ทดสอบบนเว็บของเอเจนซี่เองให้ดูไหม
- ประเมินระยะเวลาจากอะไร ถ้าการันตีวันแน่นอน ให้ถามว่ารู้จำนวนคู่แข่งแล้วหรือยัง
- สัดส่วน On-Page กับ Off-Page มาจากผลทดสอบของแบรนด์เรา หรือเป็นสูตรเดียวใช้กับทุกคน
- ราคารวมอะไร ไม่รวมอะไร และสัญญาขั้นต่ำกี่เดือน เพราะอะไร
- คนที่นำเสนอกับคนที่ลงมือทำงานจริงเป็นคนเดียวกันไหม
คำถามที่พบบ่อย
รับทำ GEO คืออะไร ต่างจาก SEO ยังไง
GEO คือการทำให้ AI อย่าง Google AI Overview, ChatGPT และ Gemini รู้จัก เชื่อ และหยิบชื่อแบรนด์ไปแนะนำในคำตอบ ส่วน SEO คือการทำให้เว็บติดอันดับในผลค้นหา ทั้งสองอย่างเสริมกัน และอันดับ SEO ไม่ได้รับประกันว่า AI จะอ้างอิง
ราคารับทำ GEO เท่าไหร่
ที่ Rechargeland อยู่ระหว่าง 50,000–400,000 บาทต่อเดือน ขึ้นกับจำนวนคีย์เวิร์ดหรือ Prompt ที่ต้องการครอบคลุม แพ็กเกจ 250,000–400,000 บาทรวมทุกอย่าง สัญญาขั้นต่ำ 6 เดือน
ทำ GEO กี่เดือนถึงเห็นผล
ส่วนใหญ่ใช้เวลาเป็นหลักเดือน คำค้นที่คู่แข่งน้อยหรือแบรนด์มีข้อมูลพร้อมอาจเห็นผลในไม่กี่ชั่วโมงถึง 2 สัปดาห์ ส่วนคำ evergreen ที่มีเจ้าตลาดอยู่แล้วจะช้าที่สุด จึงแนะนำสัญญาอย่างน้อย 6 เดือน
ต้องติดอันดับ 1–5 ก่อนไหม AI ถึงจะแนะนำแบรนด์
ไม่จำเป็น จากการทดสอบของทีม เว็บที่ไม่ได้อยู่อันดับต้น หรือไม่ติดหน้าแรกเลย ก็ถูก AI Overview อ้างอิงได้ อันดับ SEO กับการถูก AI อ้างอิงทำงานแยกกัน
เอเจนซี่ที่การันตีติด AI ในกี่วัน เชื่อได้ไหม
ไม่ควรเชื่อ ระยะเวลาขึ้นกับจำนวนคู่แข่งและความยากของคำค้น ซึ่งต้องทดสอบและวิเคราะห์ก่อนจึงจะประเมินได้ ไม่มีใครควบคุมคำตอบของ AI ได้แน่นอน
ยังไม่มีเว็บไซต์ จ้างทำ GEO ได้ไหม
ยังไม่ควร เว็บของแบรนด์คือฐานข้อมูลหลักที่ AI ใช้เทียบความถูกต้อง ควรมีเว็บที่ปรับให้ AI อ่านง่ายก่อน แล้วค่อยเริ่มงาน GEO
วัดผล GEO ยังไง
ทดสอบคำค้นเดิมซ้ำหลายรอบโดยไม่ login ChatGPT และ Google แล้วรายงานเป็นจำนวนรอบที่ AI แนะนำแบรนด์ เทียบกับข้อมูล Generative AI ใน Google Search Console และ AI Performance ใน Bing Webmaster Tools
อ่านต่อ
- Indirect AI Signaling: สัญญาณที่ AI อาจใช้นอกจาก Brand Mention และ Backlink
- Brand Mention vs Backlink: AI ให้น้ำหนักอะไรมากกว่า
- AI Recommendation Gap: ถูกอ้างอิงแต่ไม่ถูกแนะนำ
- เครื่องมือดูอันดับ AI: ติดอันดับ 2 แต่ยังไม่ถูกอ้างใน AIO
แหล่งอ้างอิง
- Aggarwal et al., GEO: Generative Engine Optimization (arXiv / SIGKDD 2024)
- IndexNow — โปรโตคอลส่ง URL อัตโนมัติที่ Bing รองรับ
- Ahrefs — Domain Rating (DR) คืออะไร
ผู้ร่วมก่อตั้ง Rechargeland · 20+ ปีในสาย SEO / PPC / Social Marketing เริ่ม SEO ตั้งแต่ 2008 โฟกัสงานวิจัยด้าน GEO และ Zero-Click Threat


